็นฝ่ายนั้นเรียกคนสนิทมากระซิบกระซาบก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว“องครักษ์จังเจ้ารีบไปที่ประตูวังเถิด เห็นทีของคนของเราคงพบอุปสรรคเข้าแล้ว” ใบหน้าของราชครูหมิงที่เงยมองท้องฟ้าทำให้จังจิ้นเล่อนึกออกในทันที“ใต้เท้าฝูไหวตัวแล้วหรือขอรับ?”“คงเป็นเช่นนั้น ข้าสงสัยว่ามือปราบเมืองหลวงคงบุกเข้ามาในวังหลวงแล้ว เราต้องเร่งประเมินว่าคนของใต้เท้าฝูในวังหลวงนี้มีมากน้อยเพียงใด?”จังจิ้นเล่อรีบนำองครักษ์ส่วนหนึ่งออกไปตามเส้นทางหลักในวังหลวงที่นำไปยังประตูหน้า ไม่นานนักก็ไปเจอการต่อสู้ระหว่างกลุ่มชายชุดเทากับมือปราบจำนวนมาก จังจิ้นเล่อนำคนบุกทะลวงเข้าไปจนถึงตัวของหงซือซือ“กุนซือหงด้านนอกเรียบร้อยหรือไม่?”“มีแต่ข้างในนี่ล่ะที่อันตราย ฝูหยางนำมือปราบเข้ามาหมายฆ่าฮ่องเต้ คนที่เข้าไปแล้วมีนักฆ่ามืออสูรอยู่ด้วยยี่สิบกว่าคน เจ้ารีบกลับอารักขาฮ่องเต้เถอะ!”นางทั้งสู้ทั้งร้องบอกจังจิ้นเล่อ องครักษ์หนุ่มได้ยินก็ตกใจ“มือปราบเมืองหลวงมีแปดร้อยนายเชียวนะ”“ใช่! ยามนี้พวกเขาแห่กันมาทั้งหมด เพียงแต่เรายังไม่รู้ว่าในวังหลวงมีไส้ศึกมากน้อยเพียงใด?”“ไอ้หยา!” หัวหน้าองครักษ์ประจำพระองค์ตกตะลึง มือปราบร่วมสองร้อยนายที่กำลังต่อสู้กันในยามนี้เมื่อเทียบกับจำนวนของคนที่มาจากสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟกับจอมยุทธ์จากแคว้นหมิงเมื่อเทียบกับมือปราบพวกนี้นับว่าสูสี ทว่าอีกหกร้อยกว่านายที่มุ่งไปล้อมงานเลี้ยงเล่า?“พวกเรารีบตร