งไปงานเลี้ยงกันเถอะ!” หงซือซือรีบร้องบอกพี่ชาย เมื่อเห็นว่าทางที่จังจิ้นเล่อพุ่งมาหาตนเขาไม่พบทหารขัดขวางแม้สักคน “องครักษ์จังมาทางนี้แต่กลับไม่เจอผู้ใด เช่นนั้นทหารยามที่หายไปอาจจะเป็นพวกของฝูจินหรง”หงอี้เทียนรีบโบกกระบี่ขึ้น “บุกเข้าไปงานเลี้ยงช่วยฮ่องเต้!” เขาให้องครักษ์จังจิ้นเล่อวิ่งนำหน้าเพราะเส้นทางในวังหลวงซับซ้อนองครักษ์จงกับองครักษ์เติ้งเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปยืนปราชิดฮ่องเต้โจวเฟิง ราชครูหมิงสังเกตความเคลื่อนไหวขององครักษ์รอบข้าง“ฝ่าบาท เห็นทีทหารที่ยืนล้อมงานเลี้ยงอยู่น่าจะเป็นคนของฝูจินหรงเสียแล้ว”โจวเฟิงทรงตื่นเต้น “แล้วคนของพวกเราเล่า?”“มีเพียงองครักษ์ประจำพระองค์ที่ยืนรายล้อมอยู่รอบตัวเราแล้วพะยะค่ะ”ฝูจินหรงเดินนำหน้าฝูหยางและเหล่ามือปราบเดินเข้ามากลางงานเลี้ยง ยกมือขึ้นให้ทุกคนอยู่ในความสงบ“บัดนี้ข้าฝูจินหรง อัครมหาเสนาบดีแคว้นผิงขอประกาศให้ขุนนางทุกท่านได้รับรู้ร่วมกันในที่นี้ว่า ข้ามีความพร้อมที่จะยึดวังหลวงจากฮ่องเต้โจวเฟิงที่ ไร้ความสามารถ คนของข้าได้ล้อมวังหลวงไว้หมดทุกด้านแล้ว หากพวกเจ้ายอมจำนนแต่โดยดีจะรอดชีวิตและได้รับการเลื่อนขั้นหลังจากพิธีปราบดาภิเษกของข้า แต่ถ้าไม่พวกเจ้าจะถูกคุมขังไว้เพื่อการประหารในสามวันหลังจากนี้ ผู้ใดเห็นควรว่าข้าเหมาะที่จะเป็นฮ่องเต้ให้เดินออกมาด้านนี้” ใต้เท้าฝูผายมือไปด้านขวาของตน เหล่าขุนนางล้วนหันไปสบตามองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกที่