ตกอยู่ใต้อาณัติของใต้เท้าฝูแต่เดิมเดินออกมาจากโต๊ะกินเลี้ยงไปยืนอยู่ด้านขวาแต่โดยดีในขณะที่พวกคนทางด้านซ้ายส่วนหนึ่งยังคงไม่แน่ใจว่าคำประกาศพวกนั้นเป็นจริงหรือไม่?“พวกเจ้ายังไม่เชื่ออีกหรือ?” ฝูจินหรงเห็นคนเดินมาด้านขวามือของตนมีเพียงหนึ่งในสามก็ตะโกนขึ้นด้วยความโกรธแค้น “ฝูหยางไปนำตัวฮองไทเฮากับโจวชุ่นออกมา”หัวหน้ามือปราบเมืองหลวงหันไปซุบซิบอยู่ครู่หนึ่ง มือปราบของเขาก็วิ่งออกไปนำตัวฮองไทเฮากับโจวอ๋องเข้ามา โจวเฟิงมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตื่นตระหนก ทว่าราชครูหมิงกลับฉุดมือพระองค์เอาไว้มิให้ทรงกล่าวสิ่งใดออกมา“ข้ามีคนทั้งสองนี้เป็นตัวประกัน แม้ฮ่องเต้จะไม่สนใจความเป็นความตายของสองคนนี้ แต่หากโจวชุ่นตายเป็นคนต่อไป ราชวงศ์นี้สิ้นสุดลงแล้ว ข้าพร้อมจะสถาปนาราชวงศ์ฝูขึ้นเป็นลำดับต่อไป ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะของฝูจินหรงดังก้องทั่ว งานเลี้ยง“ที่แท้เจ้าก็ดันญาติของตนเองเป็นหัวหน้ามือปราบเมืองหลวงเพื่อรอก่อการกบฏ” ฮ่องเต้โจวเฟิงทรงเอ่ยออกมาเป็นประโยคแรกใต้เท้าฝูหันดวงตาจิ้งจอกมามองโจวเฟิง“กองทัพใต้และกองทัพภาคกลางล้วนเป็นคนของหม่อมฉัน พระองค์ยังคิดว่ากุ้ยเพียนโจวผู้เดียวจะช่วยอันใดได้?”ราชครูหมิงยิ้มกว้าง “แน่หรือ? ท่านกั๋วกงได้ระงับการเคลื่อนทัพภาคใต้ไว้แล้ว ส่วนกองทัพภาคกลางบัดนี้ได้สาบานจะภักดีกับฮ่องเต้โจวเฟิงเพียงพระองค์เดียว”