าวังหลวงไปถวายการอารักขาฮ่องเต้”กลุ่มของหงซือซือไปพร้อมหน้ากับกลุ่มของท่านอาเจียงที่ข้างกำแพงวังหลวงยามนั้นประตูหน้าวังปิดสนิทมีคนของกองปราบสี่คนยืนเฝ้าอยู่“แย่ล่ะ! คนของฝูจินหรงบุกเข้าวังหลวงไปแล้ว”“หัวหน้ากองปราบแซ่ฝูผู้นั้นนำคนบุกไปในงานเลี้ยงเพราะหวังจับกุมฮ่องเต้ให้ยอมจำนน หากเราไปไม่ทันเห็นทีพวกเขาคงบังคับให้สละราชบัลลังก์เสียก่อน” หงซือซือรีบหันไปบอกทุกคนหงอี้เทียนเห็นน้องสาวท่าทางร้อนใจเพราะห่วงสถานการณ์ภายในจึงหันไปหาองครักษ์หู่กับองครักษ์จู “บุกก่อนเถอะ ขอเพียงเปิดประตูวังหลวงเข้าไปได้กองทัพของแม่ทัพถงก็คงเดินเท้าเข้ามาถึงหน้าวังหลวงสมทบพวกเราแล้ว”หงอี้เทียนยิงพลุสัญญาณขึ้นฟ้าเพื่อแจ้งให้แม่ทัพถงที่คุมกองทหารจากค่ายภาคกลางเปิดประตูเมืองนำทัพเข้ามารอสมทบหน้าประตูวังหลวงทุกด้านหู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งพร้อมด้วยองครักษ์เสื้อแพรจากแคว้นหมิงจึงบุกไปหน้าประตูวังหลวงเชือดรอมือปราบที่เฝ้าหน้าประตูทิ้งก่อนจะเปิดประตูวังนำเอาเหล่าบุรุษชุดเทาทั้งหลายตรงไปยังบริเวณจัดงานเลี้ยงฝูจินหรงเงยหน้ามองดูท้องฟ้าเมื่อเห็นพลุสัญญาณที่แปลกตาก็นึกสงสัยว่าแผนของตนเองอาจพลิกผัน จึงรีบหันไปสั่งลูกน้องของตนเองให้นำหัวหน้ามือปราบฝูญาติผู้น้องตนเองเข้ามาล้อมงานเลี้ยงโดยเร็วฝูหยางในวัยหนุ่มได้รับการส่งเสริมให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานจาก ฝูจินหรงซึ่งเป็นญาติห่างๆ โดยที่ไม่มีผู้ใดสังเกตภายหลังเขาเป็นหัว