เพื่อทำให้ข้าเกรงใจที่เขาเป็นคนช่วยปราบกบฏเหตุใดยามนี้จึงดูเร่งร้อนนัก?”หมิงเฟยหลงยิ้มน้อยๆ “ฝ่าบาท ความโกรธแค้นของบุรุษที่เรียกว่าความหึงหวงนั้น โทสะพุ่งแรงยิ่งกว่าสิ่งใด?”“ท่านทำให้เขาหึงหวงหรือ?”“พะยะค่ะ กระหม่อมไม่อาจอยู่ช่วยฝ่าบาทได้นานหากเร่งให้เรื่องเกิดเร็วขึ้น ภารกิจกระหม่อมก็บรรลุเร็วขึ้น”โจวเฟิงหันไปมองราชครูของตนด้วยความยำเกรง“ท่านช่างร้ายกาจนัก! ข้าไม่อยากให้ท่านกลับแคว้นหมิงเลย”“ฝ่าบาทโปรดสบายพระทัย อย่างที่กระหม่อมกราบทูล กระหม่อมไม่อยากให้แคว้นผิงและแคว้นหมิงทำสงครามกัน ต่อให้กระหม่อมกลับไปอยู่ดินแดนนั้นก็จะพยายามยับยั้งสงครามจนกว่าชีวิตจะหาไม่พะยะค่ะ”โจวเฟิงถอนพระทัยเบาๆ “เป็นเพราะท่านรับปากเช่นนี้ ข้าจึงยินยอมปล่อยท่านกลับไป เพราะหากมีกุนซือเช่นท่าน แคว้นหมิงคิดจะยึดครองผิงก็ย่อมทำได้”หมิงเฟยหลงสบตาโจวเฟิงด้วยอาการสงบปัญหาในแคว้นของตนยังมิได้แก้ไขให้ราบรื่นจะมีแก่ใจมาคิดทำสงครามได้อย่างไรกัน? สู้ดีมีสัญญาใจสงบศึกกันไปจนสิ้นรัชสมัยเสียดีกว่า