้าที่หลุดลุ่ยของตนแล้วกรีดร้องจนเสี่ยวสุ่ยที่กำลังเดินตามขึ้นมาตกใจวิ่งพรวดพราดตามเสียงเข้ามาเห็น“อนุซู เกิดอันใดขึ้น?”“คนหยาบช้าผู้นี้พาข้าขึ้นห้องมาแล้วไม่รู้ทำอันใดกับข้า?”“ข้ามิได้ทำสิ่งใด? เจ้าต่างหากที่ขึ้นมาถึงห้องจู่ๆกลับทึ้งเสื้อผ้าตนเองแล้วก็กลิ้งตัวลงนอนบนเตียง”แม่ทัพน้อยเอ่ยด้วยน ้าเสียงฉุนเฉียวเสี่ยวสุ่ยตกใจ เมื่อหันไปดูหน้าของรองแม่ทัพน้อยที่ดูหงุดหงิด“เจ้าเป็นพยานให้ข้าที เจ้าก็เห็นว่าข้าเดินนำหน้านางขึ้นมาบนห้องอาหารแต่นางกลับอยากจะเข้าห้องนอน เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”“จะเจ้าคนโสมม โกหกหน้าด้านๆ”“มิใช่กระมังอนุซู เมื่อครู่ข้าก็มาพร้อมท่าน ท่านเพิ่งขึ้นมาบนนี้นะเจ้าคะ แม่ทัพน้อยจะยังทันทำสิ่งใดท่านได้?” เสี่ยวสุ่ยทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นให้อนุภรรยาของเจ้านายฟัง แม้นางจะรับใช้อนุซูแต่นางก็ยังคงภักดีกับใต้เท้าฝูมิได้คิดเข้าข้างอนุภรรยาคนโปรดสักนิดซูม่านถิงงุนงง นางจำได้ว่าครั้งสุดท้ายนั่งอยู่ในเกี้ยวตอนกลับจากร้านเกาเจี่ย จากนั้นมีม่านหมอกขวางทางไว้เมื่อนางเปิดม่านออกมาดูก็สิ้นสติไป“เสี่ยวสุ่ย เจ้าพาข้ากลับจวนเดี๋ยวนี้!” ซูม่านถิงยกมือขึ้นกุมสาบเสื้อที่เปิด อ้าออกด้วยความโมโหสุดขีด เรื่องนี้หากสามีของนางรู้เข้าเห็นทีคงสั่งโบยนางจนตายเป็นแน่….นางต้องรีบไปบอกให้เขาเข้าข้างนางไว้ก่อนเสี่ยวสุ่ยได้ยินก็รีบบอกนายของตน “แต่ว่าเรามาที่นี่เพื่อนายท่านนะเจ้าคะ”“หือ….” อนุซูทำหน้าฉ