กับคนได้ถึงสองกลุ่มแล้ว ซ ้ายังเตรียมเก็บแม่ทัพใหญ่อีก เห็นทีงานต่อไปพวกท่านต้องให้ข้าร่วมด้วยสักหน่อย เมื่อกลับแคว้นหมิงข้าจะได้มีเรื่องไปโม้ที่ภัตตาคารบึงหงส์อีกสักเดือนในฐานะผู้ช่วยฮ่องเต้โจวเฟิงปราบกบฏ” จินวั่งซู่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับชูพัดงูดำอาวุธคู่ใจในมือขึ้นชี้ฟ้า“ได้ๆ ข้ากำลังต้องการผู้ช่วยอยู่พอดี” กุนซือหงเอ่ยขึ้น นางเริ่มรู้สึกว่าหน้าท้องของตนหนาขึ้นไม่ค่อยเคลื่อนไหวคล่องแคล่วเหมือนเคยเพราะต้องคอยเป็นห่วงทารกในครรภ์หมิงเฟยหลงก็ดูเหมือนจะเข้าใจความคิดของภรรยาจึงหันไปเอ่ยกับจินวั่งซู่ “เจ้านับได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยให้แผนนี้สำเร็จลงเลยเทียว ข้าได้เตรียมแผนไว้พร้อมแล้ว”หงซือซือหันไปมองจินวั่งซู่ “คุณชายจินในฐานะที่เจ้าทำงานสำคัญได้สำเร็จข้าจะเจ้าได้รู้ความลับอันยิ่งใหญ่”จินวั่งซู่มองหน้าหงซือซือด้วยความแปลกใจ “ยังมีเรื่องใดที่ข้ายังไม่รู้อีกหรือ?”หงซือซือจับคุณชายจินมานั่งแล้วหยิบหน้ากากหนังมนุษย์ที่นางปรับให้เป็นรูปใบหน้าของบุตรชายคนรองแม่ทัพต้วน ต้วนซิงซวี่“ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้กลายเป็นแม่ทัพน้อยต้วนซิงซวี่”“หา!” จินวั่งซู่อุทานได้เพียงคำเดียวก็ต้องหุบปากปล่อยให้นางตกแต่งใบหน้าของเขาเรียบร้อยจากนั้นก็ยื่นกระจกส่องหน้ามาให้ คุณชายจินส่องดูแล้วถึงกับอ้าปากค้าง “ขะ ข้า….กลายเป็นเขาไปแล้ว”หมิงเฟยหลงยิ้มน้อยๆ “นางคือหนึ่งในครอบครัวเซียนพันหน้าอย่างไรเล่า? เจ้าคงเคยได้ยินเรื