“ลากเอาอัครเสนาบดีหลี่กับก่งจั๋วหรานไปขังคุกใต้ดิน พวกเจ้าที่อยู่ในห้องโถงนี้ ผู้ใดรู้ว่าตนเองมีอยู่ในรายชื่อรีบก้าวออกมา ชักช้าเจิ้นจะสั่งประหารทันที”สิ้นสุดพระดำรัสของโจวเฟิง ขุนนางส่วนหนึ่งเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น พวกเขาล้วนรับสินบนจากก่งจั๋วหรานมานาน ไม่คาดคิดว่าจะถูกราชครูหมิงที่เพิ่งย่างก้าวเข้ามาในวังหลวงจับได้ไล่ทันในเวลาอันสั้นเช่นนี้อัครเสนาบดีหลี่ไม่มีโอกาสได้ร้องคร ่าครวญเพราะสิ้นสติสมประดีปล่อยให้ทหารอุ้มสองแขนสองขาเอาไปนอนลงบนเตียงในคุกใต้ดิน องครักษ์ทั้งหลายรีบลากคนที่ทรุดตัวลงคร ่าครวญขอความเห็นใจจากฮ่องเต้ออกไปตามกันหลายสิบคน“ฝ่าบาท โปรดทรงเมตตาด้วยพะยะค่ะ” เหล่าขุนนางที่ปรากฏรายชื่อในม้วนเอกสารพวกนั้นล้วนคุกเข่าร ่าไห้เป็นน่าเวทนา แต่ยามนี้ยากจะหลีกพ้นความตายหากแต่การประหารเก้าชั่วโคตรกลับทำให้ตระกูลของตนถึงกับสิ้นไปจากแผ่นดินฮ่องเต้โจวเฟิงทรงลุกขึ้นยืน “ในเมื่อพวกเจ้าเพิ่งวางแผนแต่ยังไม่ลงมือเจิ้นก็จะประหารเฉพาะคนที่เกี่ยวพัน ส่วนคนในตระกูลคนอื่นๆ ส่งไปเป็นกรรมกรให้หมดทั้งสามชั่วโคตร”ขุนนางที่เหลือล้วนแล้วแต่กล่าวสรรเสริญพระองค์เพราะที่ผ่านมาความผิดอันชัดเจนเกี่ยวกับการกบฏล้วนประหารสิ้นเก้าชั่วโคตรซึ่งยามที่คนแต่ละตระกูลถูกมัดมือเดินตามหลังกันเข้าแดนประหารล้วนเห็นแล้วเป็นที่น่าเวทนา เพราะสตรีในตระกูลและเด็กน้อยทั้งหลายต่างล้วนไม่รู้ไม่เห็นกลับต้องมาสิ้นชีวิตเพราะหัว