หน้าครอบครัวทำผิดเพียงผู้เดียว ราชสำนักล้วนต้องการตักเตือนผู้ที่คิดจะก่อการกบฎว่าผลลัพธ์ของการคิดคดนั้นร้ายแรงยิ่งจึงได้มีกฎการประหารถึงเก้าชั่วอายุคนขึ้นมา แม้คนส่วนใหญ่จะรู้สึกหวาดกลัวแต่การแย่งชิงอำนาจกลับมีทุกยุคทุกสมัย“ฝ่าบาททรงพระเมตตา”“หากจะประหารคนไม่รู้เรื่องทิ้ง สู้เอาไปทำงานให้เกิดประโยชน์แก่แคว้นคงจะดีกว่า แต่ว่าต้องให้ทหารคุมพวกเขาทำงานอย่างเข้มงวด เจ้ากรมโยธาธิการให้ท่านเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้”“พะยะค่ะ” เจ้ากรมโยธาธิการรีบรับคำแม้ตัวเขาเองจะมิได้ฝักใฝ่ฝ่ายใดแต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็อดจะหวั่นวิตกมิได้ เขาแอบเหลือบมองราชครูหมิงที่ยืนอยู่เยื้องกับฮ่องเต้ด้วยความกริ่งเกรง หวังว่าราชครูผู้นี้คงไม่มีเรื่องที่ต้องจับผิดตัวเขาด้วยกระมัง? ต่อไปหากคิดจะทำสิ่งใดต้องทำให้รอบคอบมากกว่าเดิมนักก่งจั๋วหรานมีท่าทีฮึดฮัดไม่ยอมออกจากท้องพระโรง ยังคงหันมามองรองแม่ทัพกุ้ยด้วยความโกรธแค้น“กุ้ยเพียนโจวเจ้ามันคนทรยศ อย่าหวังเลยว่าข้าตายเป็นผีแล้วจะละเว้นเจ้า เจ้าเองก็รับเงินทองข้าไปมากมาย ซ ้ายังโลภมากอยากเป็นจอมทัพแห่งแคว้นผิงจึงร่วมมือกับข้า ที่ไหนได้? เจ้ากลับหาทางรอดเอาความชอบเพียงผู้เดียวด้วยการหักหลังพวกข้า!”สายตาของใต้เท้าก่งจ้องเขม็งมายังรองแม่ทัพกุ้ยเพราะไว้ใจว่าคนผู้นี้จะนำกำลังทหารเข้าบุกวังหลวงให้ตนจึงได้ไว้ใจมอบรายชื่อให้ถือเอาไว้ฮ่องเต้เห็นเช่นนั้นก็ทรงพิโรธ หันมาตวาดใ