ต้เท้าก่งอย่างแรง “บังอาจ! เจ้ามันโจรกบฏยังคิดอาฆาตหลักฐานชัดเจนถึงเพียงนี้เจ้ายังคิดจะโทษผู้อื่น ทหารให้คนไปลากก่งเฟยไปไว้ที่ตำหนักเย็นอย่าให้นางได้ออกมาอีก ต่อไปแผ่นดินผิงจะมิให้คนตระกูลก่งได้เป็นขุนนางอีกสืบไป”ก่งจั๋วหรานได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่เสียใจที่คราวนี้นอกจากตนจะถูกประหารแล้วบุตรสาวก็ยังถูกนำไปกักขังไว้อีก ‘ตระกูลก่งของข้าต้องสูญสิ้นแล้ว’อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายฝูจินหรงตลอดตั้งแต่ต้นจนจบมิยอมแสดงความคิดเห็นแม้สักน้อย ได้แต่มองการจับกุมขุนนางมากมายออกไปจนหมดรายชื่อ เขายืนถอนหายใจอย่างโล่งอก ‘ดีที่ข้ามิได้สนใจเข้าร่วมกับคนพวกนี้ ทำการกับคนโง่ช่างไร้อนาคต น่าอนาถเสียจริง’แม่ทัพต้วนยืนมองด้วยความงุนงงที่รองแม่ทัพอย่างกุ้ยเพียนโจวไปเข้าร่วมกับใต้เท้าก่งตั้งแต่เมื่อใดตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นรองแม่ทัพผู้นี้อยู่ในสายตามาก่อนเพราะเห็นว่ากุ้ยเพียนโจวเป็นคนซื่อจนแทบจะเซ่อด้วยซ ้า เขาเองครองทัพทั้งสามภาคเคยคิดจะถอดถอนกุ้ยเพียนโจวผู้นี้มาหลายคราว‘หรือว่ารองแม่ทัพกุ้ยเป็นคนของราชครูหมิงมาตั้งแต่แรก’แม่ทัพใหญ่มองไปแท่นด้านบนท้องพระโรงที่ฮ่องเต้ทรงนั่งอย่างสง่าผ่าเผย ยิ้มอย่างพอพระทัยอยู่กับราชครูหมิงผู้ร้ายกาจ สุดท้ายเขาต้องรับหน้าที่ถือราชโองการนำทหารไปบุกจวนเพื่อจับกุมคนในตระกูลหลี่และตระกูลก่ง บ่ายวันนั้นทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนปั่นป่วน เหล่าทหารออกจับกุมทุกตระกูลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เสี