าท ข้ารับปากจะจัดการเสี้ยนหนามให้พระองค์ก่อนกลับพะยะค่ะ”“ดีๆ หากสำเร็จอย่างที่ท่านว่าข้าจะตกรางวัลอย่างงาม”เมื่อขุนนางเดินเข้าแถวสู่ท้องพระโรงในเช้านี้ ทุกคนต่างรู้สึกถึงบรรยากาศที่แปลกไป องครักษ์วังหลวงภายนอกดูหนาแน่นกว่าปกติ ขุนนางฝ่ายบุ๋นอาจจะมิได้สังเกตเห็น ทว่าขุนนางฝ่ายบู๊ที่สังเกตกองกำลังทหารจนเป็นกิจวัตรกลับรู้สึกถึงความผิดปกติฮ่องเต้ทรงประทานอนุญาตให้เหล่าขุนนางบุ๋นรายงานเรื่องการค้าและภาษีให้เรียบร้อย จากนั้นก็หันไปหาราชครูหมิงที่ยืนรอลำดับอยู่ไม่ไกล“วันนี้ท่านราชครูหมิงมีเรื่องสำคัญจะบอกให้พวกท่านได้ทราบทั่วกัน”ราชครูร่างสูงใหญ่หันไปหาขุนนางทั้งท้องพระโรงและกล่าวด้วยเสียงอันดัง “พวกท่านคงจะพอระแคะระคายข่าวการลอบสังหารฮ่องเต้กันมาบ้างแล้ว ยามนี้องครักษ์ทั้งหลายยังไม่อาจจับกุมผู้กระทำความผิดมาได้ ทว่าผู้ที่คิดกบฏมิได้มีเพียงผู้ที่ส่งมือสังหารเหล่านี้เข้าวังมาเท่านั้น คนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังซ่องสุมไพร่พลและกลุ่มขุนนางเพื่อหวังจะล้มล้างบัลลังก์ บัดนี้ข้าได้หลักฐานมาพร้อมมูลแล้ว”ขุนนางทั้งวังหลวงได้ยินเช่นนั้นล้วนแตกตื่น พวกเขาไม่คิดว่าฮ่องเต้ปวกเปียกเช่นโจวเฟิงจะหาหลักฐานจากที่ไหนมาเอาผิดขุนนางเก่าแก่ที่เชี่ยวชาญการปกครองเหล่านี้ได้“รองแม่ทัพกุ้ย จับกุมขุนนางกบฏเดี๋ยวนี้”สิ้นเสียงของราชครูหมิง เหล่าองครักษ์ที่ยืนกันหนาตารอบท้องพระโรงก็ตรงเข้ามาปราชิดตัวอัครเสนาบดีฝ่ายขวาหลี่กับ