แม้ฉินกงกงจะถูกทารุณสารพัดวิธีก็ยืนกรานเพียงว่าตนเองมิเคยรู้ว่านายท่านคือผู้ใด ร่างกายของกงกงอาวุโสบอบช ้าจนไม่มีที่จะละเว้น นิ้วทั้งสิบถูกเครื่องบีบจนกระดูกข้อต่อปลายนิ้วแตก ขาซ้ายล่างหักใบหน้าซีกหนึ่งเป็นสีม่วงคล ้าและเปลือกตาสองข้างบวมเป่ง เสื้อที่เขียนคำว่านักโทษหราอยู่หน้าอกมีรอยขาดเป็นริ้วแส้ที่ฟาดลงมา เลือดซึมออกตามขอบรอยขาดเหล่านั้นเป็นสีแดงช ้า ตลอดสองวันสองคืนของความทรมานเมื่อเห็นว่าไม่อาจรีดเค้นได้มากกว่านั้นราชครูหมิงจึงสั่งให้หยุด ทหารคุกหลวงลากฉินกงกงไปนอนที่ห้องขังด้านในสุด“เฝ้าให้ดี อาจจะมีคนหวังฆ่าปิดปาก” หมิงเฟยหลงหันไปกำชับจงหลวนชุน ให้ส่งคนมาคอยจับตามองฉินกงกงคนขององครักษ์จงแสร้งวางเวรยามย่อหย่อนไปสองคืน ไม่นานนักผู้ต้องสงสัยก็ปรากฎ คนผู้นั้นเอาซองยาพิษมายื่นส่งให้ฉินกงกงหน้ากรงขัง“เจ้าคงจะรู้ว่านี้คือสิ่งใด? หากอยากให้ครอบครัวของเจ้ารอด เจ้าก็จงสละชีวิตตนเองไปเสียเถิด”ฉินกงกงยื่นมือมารับห่อยาเล็กๆ ขนาดเท่านิ้วโป้งที่อีกฝ่ายส่งให้ด้วยอาการสั่นเทา “นายท่านช่างโหดเหี้ยมนัก คิดจะล้างตระกูลของข้าเพียงเพื่อเอาชีวิตข้า” ความหวาดกลัวเกาะเข้ากุมหัวใจของขันทีวัยกลางคน ที่ผ่านมาแม้จะละโมบอยากได้เงินที่ผู้อื่นว่าจ้างทำสิ่งต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงความถูกผิดแต่ก็รักชีวิตยิ่งสิ่งใด ด้านหนึ่งเขากลับลืมไปว่าคนที่มียศฐาบรรดาศักดิ์และตำแหน่งสูงส่งในวังแห่งนี้ก็ล้วนเป็นเช่นเดียวกับตน