พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อให้มาซึ่งสิ่งที่พวกเขาต้องการเช่นกัน“นี่คงเป็นผลพวงจากความโลภของข้า ในเมื่อข้าเลือกอยู่ฝั่งอสูรก็ย่อมต้องฝ่าด่านนรกนี้ไป”ขันทีป๋ายยืนมองดูฉินกงกงเทผงที่อยู่ในซองสีขาวใส่ปากจนล้มลงต่อหน้าจึงค่อยวางใจ เขาสวมชุดทหารยามที่ใช้เงินซื้อมาจากทหารชั้นผู้น้อยที่ลาดตระเวนตำหนักรอบนอกเพื่อสวมรอยลอบเข้าในคืนที่สังเกตว่าเวรยามไม่เคร่งครัดนัก ขณะกำลังจะขึ้นจากคุกใต้ดินพลันถูกมีดสั้นจ่อที่คอหอย“คุกหลวงเข้ามาแล้วคงออกไม่ง่ายนักดอก”ฉินกงกงถูกพิษร้ายแรงไม่อาจช่วยชีวิตไว้ได้ทันร่างของเขาจึงถูกนำส่งกลับครอบครัว ส่วนขันทีป๋ายถูกลากไปมัดมือมัดเท้าแยกจากกัน“เอาผ้าอุดปากมันไว้ อย่าให้มันฆ่าตัวตาย” เมื่อเขาถูกมัดมือไพล่หลังยามนี้ราชครูหมิงมาปรากฏตัวต่อหน้าราวพญามัจจุราช เมื่อให้ทหารถอดเสื้อผ้าคนร้ายออกจนเห็นรอยสักสัญลักษณ์ที่เขาคุ้นตา ราชครูหนุ่มจึงหันไปบอกกับองครักษ์จังและองครักษ์จง“มันเป็นคนของสำนักมืออสูร”“ไอหยา! นั่นเป็นสำนักนักฆ่าอันดับหนึ่งในยุทธภพนี่” จังจิ้นเล่อถึงกับตกตะลึง “มิน่า…ครั้งก่อนจึงมีนักฆ่าบุกเข้ามาถึงตัวฮ่องเต้ได้”“ขันทีผู้นี้รับใช้อยู่ตำหนักพระสนมถูมาตลอดนี่”จงหลวนชุนเอ่ย เขาจำได้ว่าคนผู้นี้มักจะอยู่รั้งท้ายขบวนหรือยืนอยู่ห่างๆ ในยามที่เขาตามเสด็จฮ่องเต้ไปยังตำหนักอิงฟ้า “ร้ายนัก…เจ้าซ่อนตัวอยู่ใกล้ฝ่าบาทจนคาดไม่ถึง”เมื่อสั่งให้ทหารยามเฝ้าอย่างแน่นหนาแล้ว คนทั้งห