ยาม ข้าเกรงเจ้ากับลูกจะทนหิวไม่ไหว”หงซือซือที่กลับมาจากสืบข่าวภายนอกพยักหน้าอมยิ้ม “ข้ารอวันนี้นานแล้ว”ท่านราชครูออกไปสั่งให้นางกำนัลนำเอาอาหารเข้ามาตั้งโต๊ะ สองสามีภรรยานั่งกินอาหารด้วยกันจนอิ่มหนำ“พี่สามให้ข้าหยิบเอายาแก้พิษก่อน” หงซือซือเปิดตู้เสื้อผ้าที่นางซ่อนขวดยาเอาไว้กล่องหนึ่ง ก่อนจะเลือกหยิบขวดสีม่วงออกมา คนทั้งสองตรงไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่ตำหนักลู่จิ่ว“ฝ่าบาท ประทานอภัยที่กระหม่อมทั้งสองมาขัดยามสำราญพระทัย แต่เย็นนี้เหมาะอย่างยิ่งที่เราจะกำจัดคนผู้นั้นออกจากวังหลัง”“ท่านมั่นใจแล้วใช่หรือไม่ราชครูหมิง?”“พะยะค่ะ เสด็จไปกันเถิด”“หม่อมฉันไปด้วยเพคะ” เฉียงเจียวมิ่งเห็นท่าทางราชครูหมิงดูขึงขังนางก็รู้สึกใจหาย ‘ดูที เรื่องร้ายคงจะเกิดกับถูชิงหลินแน่!’โจวเฟิงทรงจะหันไปอนุญาตพลันเห็นร่างของพระสนมเฉียงกำลังจะหงายตึงจึงรีบเข้าประคอง “มิ่งเอ๋อร์! มิ่งเอ๋อร์!”“ฝ่าบาท กระหม่อมขออนุญาตพะยะค่ะ” กุนซือหงใช้ผ้าเช็ดหน้าวางลงมือข้อมือของพระสนมเฉียงครู่หนึ่งก็เงยหน้าขึ้น “นางถูกพิษทำลายหัวใจพะยะค่ะตอนนี้จำนวนพิษมากพอจะทำให้นางอัมพาต แต่หากดื่มเข้าไปอีกเพียงครั้งเดียว นางก็สิ้นใจแน่”ราชครูหมิงหันไปสั่งจังจิ้นเล่อกับจงหลวนชุนทันที “พวกเจ้ารีบไปตามหมอหลวงมาให้หมด! บอกให้พวกเขาเตรียมยาถอนพิษทำลายหัวใจมาด้วย”องครักษ์ทั้งสองรีบออกไปโดยไวฮ่องเต้พระพักตร์ซีดเผือด “มิ่งเอ๋อร์! เจ้าลืมตาขึ้นมาสิ!”“ฝ่าบาท