อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายพอจะรู้ว่าทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของเขาล้วนถูกขนาบด้วยแรงบีบคั้น ไม่ว่าจะเลือกทางใดก็ล้วนคล้ายลงน ้าขุ่นลุยโคลนทั้งสิ้น ยามนี้แผ่นดินกำลังเข้าใกล้ภาวะสงครามกลางเมืองแล้ว แต่ละฝ่ายล้วนต้องการที่ยืนทั้งหมดโดยไม่ปล่อยให้ผู้อื่นได้ ฮ่องเต้ที่เคยดูปวกเปียก ยามนี้กลับมีท่าทีแข็งกร้าวและแสดงความเก่งกาจออกมาทำให้ขุนนางที่เคยลังเลเริ่มกลับไปอยู่ฝ่ายพระองค์มากขึ้น“นายท่าน มีคนมาขอพบขอรับ”ฝูจินหรงหลับตาลงขณะยกถ้วยน ้าชาหรงจิ่งขึ้นดื่ม กลิ่นหอมรวยรินจดจ่ออยู่ปลายจมูกทำให้จิตใจพลันสงบลง “เป็นผู้ใด?”“ใต้เท้าก่ง ขอรับ”“เชิญไปรอที่ห้องโถง ประเดี๋ยวข้าจะออกไป”สุดท้ายวันนี้ก็มาถึง ขุนนาง วัยกลางคนเคยคาดการณ์ไว้แล้วว่าก่งจั๋วหรานผู้นี้ดูทีมักใหญ่ใฝ่สูง สักวันย่อมหวังจะมาแทนที่ตำแหน่งของเขาใต้เท้าฝูเข้าไปในห้องโถงก็พบเจ้ากรมกลาโหมนั่งรออยู่พร้อมบริวารอีกสองคน ผู้มาเยือนรีบลุกขึ้นแสดงการคารวะ“ข้าน้อยมาเยือนมิบอกกล่าวล่วงหน้า หวังว่าใต้เท้าคงให้อภัย”“มิได้ๆ ล้วนเป็นคนกันเองทั้งนั้น อย่าได้เกรงใจเชิญนั่ง” ใต้เท้าฝูผายมือเชื้อเชิญใบหน้าคล้ายจะยิ้มไม่ยิ้มในใจของก่งจั๋วหรานหงุดหงิดเป็นกำลัง ชายวัยกลางคนตรงหน้าเขาช่างล ้าลึกสมตำแหน่งอัครเสนาบดี ไม่ว่าเมื่อใดเขาก็ไม่เคยเดาอารมณ์อีกฝ่ายภายใต้ใบหน้าที่แลคล้ายหน้ากากยิ้มละไมนี้ได้“ใต้เท้าก่งมาถึงที่นี่ เห็นทีจะมีเรื่องสำคัญให้ข้ารับฟัง”“ทุกอย่า