งล้วนแล้วแต่ขึ้นกับประสงค์ของท่านหากท่านฟังแล้วคิดว่าเป็นเรื่องดีก็ย่อมดี หากท่านคิดว่าเป็นเรื่องเลวร้ายก็คงจะเลวร้าย” ใบหน้าคล้ายจิ้งจอกของเจ้ากรมกลาโหมมีรอยยิ้มน้อยๆ ซ่อนนัยยะ“ท่านก็ลองว่ามา ข้าจะลองคิดตาม”“แผ่นดินผิงยังไม่ถือว่าสงบสุขนัก แม้จะสามารถรักษาชายแดนไว้ทั้งสองด้าน แคว้นหมิงเองทัพแกร่งกล้ายังดีที่ไม่คิดรุกรานเรา ส่วนแคว้นเหลียนมุ่งค้าขายจึงมิใคร่ใส่ใจสร้างกองทัพนัก แต่เราและแคว้นหมิงก็ไม่สามารถรุกรานพวกเขาได้เช่นกัน ความจริงที่ข้ามาครั้งนี้ก็ใคร่จะขอฟังความเห็นท่านสักหน่อยว่าแคว้นของเราควรมุ่งหน้าไปทางใด? ในเมื่อภายในราชสำนักขุนนางยังแตกออกเป็นหลายฝักหลายฝ่าย ข้าเกรงว่าแม่ทัพต้วนที่กุมกองกำลังทหารทั้งสามภาคไว้เพียงผู้เดียวจะมีอำนาจมากล้นจนเกินไป ใต้เท้าฝูเห็นว่าอย่างไรขอรับ?”ฝูจินหรงมองหน้าคนถามด้วยอาการสงบ “จริงอยู่ว่าแม่ทัพต้วนคุมกองกำลังทั้งหมดอยู่ในมือ แต่ยามนี้หากคิดจะลิดรอนอำนาจเขาย่อมช้าเกินไป ในปลายรัชสมัยอดีตฮ่องเต้เพราะความระส ่าระสายในราชสำนักทำให้ต้องพึ่งพากองทัพในการข่มขู่ในขุนนางทั้งหลายหวาดกลัว”เมื่อเห็นว่าอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายเห็นพ้องไปกับตน ก่งจั๋วหรานก็ได้ทีรีบสำทับ “ท่านมิเกรงหรือว่าเขาจะก่อการกบฏ ท่าทีของเขาในยามนี้ดูแล้วมิได้ยำเกรงพระบารมีฮ่องเต้หรือฮองไทเฮาเช่นที่ผ่านมา”ฝูจินหรงหัวเราะเบาๆ จนแทบจะไม่ได้ยินเสียง‘คนผู้นี้คิดจะยืมมือข้าไปกำจัดศัตรูที่ขว