างทางดอกหรือ? แผนการช่างตื้นเขินนัก’“การเมืองก็เป็นเช่นนี้ ชนะเป็นอ๋องพ่ายแพ้เป็นโจร ท่านก็เห็นแล้วว่าระยะนี้ ฝ่าบาททรงแสดงพระปรีชาในท้องพระโรงให้เป็นที่ประจักษ์ ไม่แน่ว่าอีกไม่นานอาจจะทรงค่อยๆ จัดการกับผู้แข็งข้อแต่ละคน”สายตาของขุนนางสูงวัยตรงมายังผู้มาเยือน “ข้าเองก็ใกล้จะปลดเกษียณแล้ว ไม่อยากลุยน ้าโคลนให้เปรอะเปื้อนอีกต่อไป”“แต่ท่านก็ยังมีบุตรชายที่เป็นขุนนางนี่?” ก่งจั๋วหรานทำน ้าเสียงไม่เชื่อถือ ‘ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์คิดจะบ่ายเบี่ยงข้า ลูกชายอีกสองคนของเจ้าก็ยังอยู่ในกองกำลังรักษาเมืองดูแลประตูเมืองคนละทิศ ไหนเลยจะกล้าล้างมือในอ่างทองคำ*’“พวกเขาเป็นแค่มือปราบเล็กๆ ย่อมมิอยู่ในสายตาของกลุ่มอำนาจใด”“ท่านมิคิดจะส่งเสริมให้พวกเขาเป็นใหญ่ดอกหรือ?”“ทำการใดต้องดูทิศทางและแรงลม เป็นไม้ใหญ่อาจถูกโค่นล้มยามลมแรง เป็นดอกหญ้าไหวเอนย่อมรอดได้*” ฝูจินหรงยกยิ้มมุมปาก“ได้! เมื่อท่านแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนเช่นนี้เอาไว้ข้าตระเตรียมทุกอย่างพร้อมจะกลับมาหาท่านอีกคราหนึ่ง หวังว่าท่านจะจดจำคำตอบที่ให้ข้าให้วันนี้ให้ขึ้นใจ”“ขออภัยที่ข้ามิได้ไปส่ง พ่อบ้านจ้าน ส่งแขกแทนข้าด้วย”พ่อบ้านที่ยืนฟังอยู่ด้วยค้อมศีรษะผายมือเชื้อเชิญก่งจั๋วหรานลุกขึ้นเอ่ยลาด้วยน ้าเสียงราบเรียง หากแต่เก็บความขุ่นเคืองไว้ภายในแทบไม่มิด ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยโทสะ เมื่อสะบัดข้อมือไพล่หลังเดินออกจากจวนของฝูจินหรงเขาถึงกับสบถออกมา“จิ้งจอกเฒ่