เกอฮูหยินเคยพบอนุจงที่ร้านนี้อยู่สองสามครั้งนางผู้นี้มักจะเครื่องประดับราคาแพงอยู่บ่อยๆ จนเถ้าแก่ร้านเกาเจี่ยนบนอบ หากแต่บนตัวของนางกลับประดับเพียงปิ่นทองรูปนกประดับทับทิมเท่านั้น“อนุจงนั่นเอง เจ้ามาบ่อยจนเถ้าแก่เฉียวเห็นผู้ใดก็อยากให้เป็นเจ้าแล้วนะ”เกอฮูหยินเคยได้ยินเถ้าแก่บอกกับเสมียนร้านว่าอนุจงเป็นผู้มีสิทธิ์ขาดในจวนตระกูลก่งมาจัดการหาข้าวของเพื่อไปกำนัลแก่ขุนนางใหญ่น้อยแทนฮูหยินเอก แม้ต่อหน้าผู้ใดนางจะไม่อวดอ้างแต่รู้กันดีว่านางคือผู้ที่ได้รับความวางไว้จากใต้เท้าก่งอย่างแท้จริง มิใช่ฮูหยินเอกที่ได้แต่ออกงานคล้ายหุ่นเชิดผู้นั้นไม่“หามิได้เจ้าค่ะ ผู้น้อยเพียงเป็นตัวแทนฮูหยินมาเลือกเครื่องประดับเท่านั้น” อนุจงยิ้มน้อยๆ นางมักจะอ้างเช่นนี้เสมอเพื่อเป็นเกราะป้องกันตนเอง ความกร่างจะทำให้แผนการของนางพังพินาศ แม้นางอยากจะเชิดหน้าอวดคนทั้งเมืองว่าสามีนั้นรักและเกรงใจนางยิ่งกว่าภรรยาเอก แต่นางต้องอดทนรอให้นางขึ้นเป็นฮูหยินอย่างแท้จริงจึงค่อยโอ่ก็ไม่สาย“คราวนี้ท่านติดใจเครื่องประดับชุดใดหรือ?” เกอฮูหยินเอ่ยถามตามมารยาท“ข้าเห็นหยกเหอเถียนขาวมันแพะชุดนั้นต้องใจยิ่งนัก” นางชี้ไปที่ถาดเบื้องหน้ามีเครื่องประดับครบถ้วนวางเรียงรายอยู่ “สวยทุกชิ้นจริงๆ”เถ้าแก่เฉียวรีบพยักเพยิดสนับสนุนให้นางรับไปเมื่อได้ยินราคาแล้วเกอฮูหยินลมแทบจับ นั่นเป็นเงินที่สามารถเลี้ยงดูคนทั้งเรือนนางได้ทั้งปี นางแสร้งยิ้ม