อมรับพระองค์ในฐานะอาจารย์ แคว้นผิงเป็นแคว้นอันดับสามแต่กลับมีความระส ่าระสายภายในอย่างมากแนวคิดของโจวเฟิงเองนั่นก็มิได้ชื่นชอบการทำสงคราม หากรับเขาเป็นศิษย์วันข้างหน้าหากแคว้นผิงคิดจะทำสงครามต้องคำนึงถึงความเป็นสัมพันธ์แน่นแฟ้นเช่นนี้ก็คงจะยิ่งยาก“เป็นพระกรุณายิ่ง ขอบพระทัยฝ่าบาท”บัดนี้ท่าทีในยามปราชุมในท้องพระโรงของฮ่องเต้เปลี่ยนไปมาก จากที่นั่งรับฟังและรอให้ขุนนางกราบทูลทีละคนจนคล้ายตกลงกันเอง กลับเป็นพระองค์ฟังแล้วให้ข้อเสนอแนะมากมาย และสรุปเหตุผลการตัดสินใจอย่างชัดเจนก่งจั๋วหรานหันไปมองอัครเสนาบดีฝ่ายขวาและอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่ดูเหมือนจะพึงพอใจในพระปรีชาสามารถที่เพิ่มพูนขึ้นในเวลาอันสั้นของฮ่องเต้เขาที่พยายามเข้าหาและดึงคนทั้งสองเข้ามาเป็นพวกหมดของกำนัลที่นำไปฝากตั้งมากมาย มีเพียงอัครเสนาบดีฝ่ายขวาหลี่เท่านั้นที่สนใจจะร่วมมือด้วยเพราะยามนี้ในราชสำนักดูเหมือนอำนาจของเขาจะน้อยกว่าอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายอยู่มิใช่น้อยแม่ทัพต้วนเงยหน้ามองฮ่องเต้บนบัลลังก์ด้วยความแปลกใจ ก่อนหน้านี้เหล่าขุนนางสายบุ๋นยังจับกลุ่มกันเป็นสามฝ่าย ทั้งฝ่ายของฮองไทเฮา อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายและอัครเสนาบดีฝ่ายขวา ในการปราชุมสามสี่ครั้งให้หลังโจวเฟิงได้ทรงแสดงความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินพระทัยได้อย่างดีเยี่ยม จนกระทั่งขุนนางที่เคยสนับสนุนอัครเสนาบดีฝ่ายขวาเริ่มหันไปชื่นชมพระปรีชาของฮ่องเต้ มีอาการประจบป