ปลงโฉมผู้นี้มีใบหน้าที่ดูดีไม่น้อย“ใช่ พะยะค่ะ” ข้าคือจอมยุทธ์หง นางกล่าวยิ้มๆไม่ว่าผู้ใดเห็นสภาพนี้ก็ล้วนต้องคิดว่านางคือบุรุษทั้งนั้น นางแนะนำตนเองว่าชื่อ “หงซือ” นี่จึงเหมาะจะเป็นชื่อจอมยุทธ์หนุ่มพเนจรหงซือซือเดินนำหน้าคนทั้งสองเข้าไปในสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟ“คารวะจอมยุทธ์หง” ทุกคนในสำนักคุ้มภัยแห่งนี้ต่างรู้กันว่านางคือน้องชายของหงอี้เทียนเจ้าของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟฮ่องเต้เห็นเช่นนั้นก็พอใจที่จอมยุทธ์หงดูมีความน่าเชื่อถือ นางเดินเข้าไปห้องนอนด้านในสุด โต๊ะกลางห้องจอมยุทธ์หมิง หงอี้เทียน และจินวั่งซู่กำลังนั่งปรึกษาหารือกันอยู่“เจ้ามาเสียที! ข้ารอจนร้อนใจแล้ว” จอมยุทธ์หมิงที่นั่งอยู่ริมโต๊ะลุกขึ้นเดินเข้ามากอดหงซือซือต่อหน้าทุกคน จินวั่งซู่กับหงอี้เทียนที่รู้ตื้นลึกหนาบางอมยิ้ม แต่ฮ่องเต้โจวเฟิงกับจังจิ้นเล่ออ้าปากค้าง “เจ้ามานั่งเร็วเข้า!” หมิงเฟยหลงประคองร่างภรรยาไปนั่งที่เก้าอี้โดยไม่ได้สนใจบุรุษอีกสองคนที่เดินตามหลังนางมา“เดี๋ยวสิพี่สาม! ข้ามีแขกสำคัญมาด้วย” นางร้องเสียงหลงเอี้ยวตัวหันไปมององครักษ์จังกับองครักษ์จงที่ยังอ้าปากยืนมองนางกับจอมยุทธ์หนุ่มที่รูปร่างสูงใหญ่“เจ้าพาองครักษ์วังหลวงมาด้วยทำไม?” พี่ชายของนางเอ่ยถาม“ท่านนี้คือองครักษ์จังจิ้นเล่อตัวจริง แต่ท่านนี้…องครักษ์จงหลวนชุนตัวปลอม”“ห้ะ!” คนที่รออยู่ทั้งสามร้องออกมาพร้อมกัน“แล้วตัวจริงคือใครกัน?” จินวั่งซู่ทำสีหน้าสนใจสุด