เรื่องเล่าลือในวังหลวงแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วกุนซือหนุ่มรูปงามทั้งสองที่ฮ่องเต้ทรงรับเข้ามาใหม่เป็นที่สนใจของหญิงสาวมากมายและขันทีหลายคน“พวกเจ้าเห็นคนทั้งสองหรือไม่? กุนซือหมิงก็สูงใหญ่ทระนงองอาจ ส่วน กุนซือหงแหมจะอ้อนแอ้นไปหน่อยแต่รูปงามนัก ไม่ว่าจะเลือกคนใดก็ล้วนไม่เสียเปรียบ” นางข้าหลวงที่ดูแลจัดส่งอาหารเอามาสนทนากันไม่ขาดปากกุนซือหมิงยังคงมีอาการแพ้ท้องบางเวลา ดังนั้นหงซือซือจึงได้บอกกล่าวกับ ขันทีที่ดูแลเรือนรับรองว่าเขาเป็นโรคประจำตัวที่ไม่อาจทนกลิ่นอาหารแรงๆ ได้และไม่กินกระเทียม ฮ่องเต้โจวเฟิงจัดให้คนทั้งสองพักในเรือนที่ไม่ห่างจากตำหนักลู่เสียนนักเพื่อให้สะดวกในการเข้าเฝ้าได้ทุกเวลานางกำนัลเรือนรับรองล้วนแปลกใจที่กุนซือทั้งสองมักจะนอนห้องเดียวกันเพราะพวกนางไม่ค่อยได้จัดเตียงในห้องของกุนซือหมิงเท่าใดนัก กุนซือทั้งสองตัวติดกันแทบจะตลอดเวลาฉินกงกงที่รู้ข่าวกุนซือคนใหม่ของฮ่องเต้ก็รีบไปกราบทูลฮองไทเฮา“เจ้าส่งคนไปจับตามองพวกเขาเอาไว้ ฝ่าบาทดูไว้ใจพวกเขานัก ข้าเกรงว่าภายหน้าจะกลายเป็นภัยใหญ่สำหรับข้า”“พะยะค่ะ”“ตรากระเรียนทองคำเราก็สูญเสียไปแล้ว เฉียงหยางจงยังออกจากคุกได้อีกหากฮ่องเต้ดึงดันจะเอาเฉียงเจียวมิ่งเข้ามาเป็นสนม ข้าก็คงจะขวางเอาไว้ไม่ไหว คงเหลือแต่ต้องยุแยงใต้เท้าก่งให้ออกมาขัดตาทัพเอาไว้ก่อนจนกว่าข้าจะหาวิธีเล่นงานฮ่องเต้ได้”“พะยะค่ะ”ฮองไทเฮาหันมามองหน้าฉินกงกง “วันนี้เจ้า