ไม่มีข้อเสนอแนะดีๆ ให้ข้าเลยหรือไร? ไปๆ ไปจัดการหาคนเฝ้าตำหนักลู่เสียนกับเรือนรับรองกุนซือสองคนนั่นให้ดี” ฉินกงกงตัวปลอมเดินออกมาไม่ไกลก็กลับไปเป็นขันทีน้อยกลับเรือนรับรอง หมิงเฟยหลงต้องตื่นแต่เช้าเดินตามหลังโจวเฟิงไปว่าราชการที่ท้องพระโรงเมื่อคืนหงซือซือก็ได้อธิบายความสัมพันธ์ของคนทั้งหลายให้ฟังคร่าวๆ แล้ว สายตาแหลมคมของมังกรขาวเจ้าเล่ห์กวาดตามองไปทั่วท้องพระโรงและประเมินความสามารถของขุนนางแต่ละคนที่ออกมากราบทูลภารกิจที่ตนได้รับมอบหมายแด่ฮ่องเต้ท่านอ๋องโจวชุ่นพินิจพิจารณากุนซือคนใหม่ของฮ่องเต้ด้วยความสนพระทัย ท่าทางทรงอำนาจและสง่างามของหมิงเฟยผู้นี้ หากสวมชุดสีเหลืองปักลายมังกรเข้าไปดูท่าจะเหมาะเสียยิ่งกว่าเสด็จพี่ของตน ในท้องพระโรงเขามิได้เอ่ยสิ่งใด ทำแต่เพียงยืนสังเกตการณ์ทุกคนด้วยสายตาอันคมกริบ ในยามที่โจวอ๋องเผลอสบตาคนผู้นั้นรู้สึกเสียวสันหลังอย่างประหลาด สายตาของเขาคล้ายจะมองทะลุเข้ามาถึงในใจได้ โจวอ๋องเองก็แปลกใจที่ตนต้องหลบตากุนซือร่างใหญ่‘คนผู้นี้น่ากลัวเสียจริง! ดูท่าคงจะฉลาดมากเทียว’แม้แต่เจ้ากรมกลาโหมก่งกับแม่ทัพต้วนเมื่อได้สบตากับกุนซือหมิงต่างก็รู้สึกถึงพลังอำนาจที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ส่งออกมา‘คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย ช่างดูน่าเกรงขามและสูงส่งจนไม่อยากเข้าใกล้’ ใต้เท้าก่งที่ปกติชอบข่มขุนนางผู้อื่นเมื่อได้พบกุนซือหมิงหลังการปราชุมสิ้นสุดลงกลับไม่กล้าใช้วาจาสามหาวกดขี่เขาเช่