นผู้อื่น เรือนร่างสูงใหญ่ที่ยืนอย่างผึ่งผายนั้นดูน่ากลัวยิ่งกว่าแม่ทัพบูรพาที่ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน“ท่านกุนซือไม่ทราบว่าท่านเป็นคนเมืองใด?”“บิดามารดาของข้าเป็นคนแคว้นหมิงขอรับ ข้าท่องยุทธภพกับกุนซือหงมานานปี มีโอกาสได้พบองครักษ์จังโดยบังเอิญจึงได้รับการแนะนำให้เข้าเฝ้าฮ่องเต้”“อ้อ! นับเป็นวาสนาของท่าน เพิ่งเข้าวังหลวงก็ได้เป็นคนโปรดเสียแล้ว”“คงเป็นความต้องการของสวรรค์” สายตาดุดันนั้นมองมายังก่งจั๋วหราน พร้อมยกยิ้มมุมปาก ‘ขุนนางชั่วเช่นเจ้า ข้าก็สั่งตัดหัวมาแล้วมิใช่น้อย!’ใต้เท้าก่งราวกับรับรู้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของหมิงเฟยหลง จึงรีบขอตัวจากไป เมื่อเห็นแม่ทัพต้วนจิ้นป้านเดินผ่านมากุนซือหมิงยกมือค้อมศีรษะแสดงคารวะ ต้วนจิ้นป้านชะงักเล็กน้อย สัญชาตญาณของคนที่อยู่ในสนามรบมาค่อนชีวิตคอยเตือนว่าบุรุษร่างใหญ่ตรงหน้าเป็นบุคคลที่ไม่อาจประมาทได้เลย!“กุนซือหมิง หากมีโอกาสข้าขอเชิญไปร ่าสุรากันสักมื้อจะดีหรือไม่?” แม่ทัพบูรพาคิดอยากจะหยั่งเชิงกุนซือหนุ่มผู้มาใหม่“ยินดีขอรับ!”ชายหนุ่มมิได้มีท่าทีประหม่าเหมือนกับขุนนางชั้นผู้น้อยคนอื่น สายตาของเขาเหมือนมหาสมุทรที่ล ้าลึกจนสุดจะหยั่ง ต้วนจิ้นป้านรู้สึกถึงพลังอำนาจของชายหนุ่มตรงหน้า สายตาของผู้ที่อยู่บนที่สูงมองมายังผู้ต้อยต ่ากว่าคนทั้งสองฝ่ายล้วนเก็บเอาเรื่องของกุนซือหมิงกลับไปหารือกับคนสนิทของตน ส่งซือซือกลับไปรอสามีที่เรือนรับรอง