เมื่อเห็นร่างเขาเดินเข้าประตูมานางก็รีบผวาเข้าไปเกาะแขนแล้วดึงให้เขานั่งก่อนจะเล่าความคิดของฮองไทเฮาให้เขาฟัง“ช่างเหมือนกับเสด็จแม่ของข้านัก พวกนางล้วนแล้วแต่อยากเกาะกุมอำนาจ แต่ฮองไทเฮาแคว้นผิงนางน่ากลัวกว่านั้นเพราะนางมีบุตรชายที่พร้อมจะขึ้นครองอำนาจ การที่จะทำให้นางยอมอยู่นิ่งย่อมไม่ง่ายแน่ ยกเว้น….”“ยกเว้นอันใด?”“ยกเว้นโจวอ๋องจะเป็นผู้ยืนยันว่าไม่ต้องการบัลลังก์นี้”“ไม่แน่ว่าฮองไทเฮาอาจจะเป็นผู้ส่งนักฆ่าสำนักมืออสูรเข้ามาตำหนักลู่เสียนนะเจ้าคะ?”“เช่นนั้นเราก็พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของโจวชุ่นก่อนผู้อื่น เพราะหากโจวชุ่นไม่ต้องการแย่งบังลังก์ฮองไทเฮาก็น่าจะทรงยอมแพ้ได้ง่าย”วันต่อมาหงซือซือก็แปลงโฉมเป็นขันทีข้างกายโจวอ๋องคอยติดตามเขาอยู่ทั้งวัน โจวอ๋องแช่น ้าอุ่นอยู่ในห้องอาบน ้าด้วยความสบายพระทัยแล้วก็เรียกให้ขันทีชิวเข้าไปยืนเฝ้าอยู่ใกล้ๆ“เจ้าว่าเสด็จพี่กำลังคิดจะทำการใดจึงได้เตรียมกุนซือมาถึงสองคน”“น่าจะลดอำนาจของขุนนางในราชสำนักพะยะค่ะ”“อืม…เจ้าคิดเหมือนข้า ใต้เท้าก่งกับแม่ทัพต้วนยังคงตกลงกันไม่ได้ หากพวกเขาจับลูกมาแต่งงานกันล่ะก็เห็นทีเรื่องจะวุ่นวายอย่างหนัก”“คงยากพะยะค่ะ หม่อมฉันได้ข่าวมาว่าบุตรชายของแม่ทัพต้วนมีคนที่หมายตาเอาไว้แล้ว จึงขัดแย้งกับบิดาเรื่องนี้อยู่”“อ้อ! สองครอบครัวนั้นไม่ดองญาติกันก็ดีเพราะเสด็จพี่ของข้าจะได้ไม่ต้องหนักใจไปมากกว่านี้ เดิมทีอำนาจของใต้เท้าก่งก