บาท ปีที่แล้วพระองค์ได้รับมุกจากแคว้นจินไงล่ะเพคะ? หากนำไข่มุกไปถวายพระนางต้องพอใจแน่นอน”“อ้อ! ไข่มุกอันนั้นข้าเก็บไว้ที่ใด?”“ให้หม่อมฉันเก็บที่ตู้เล็กใกล้เตียงบรรทมเพคะ”เฉียงเจียวมิ่งรีบเดินเข้าไปห้องบรรทมหยิบกล่องสีแดงใบเล็กออกมาถวายฮ่องเต้ เมื่อทรงเปิดดูก็พบไข่มุกเม็ดเขื่องสีขาวผ่องแวววาว“นี่ล่ะ! อาวุธของเรา มิ่งเอ๋อร์ดีที่เจ้าไล่โจวอ๋องไปเสียทีข้ารำคาญจะแย่”“ฝ่าบาททรงอดทนหน่อยเถิดเพคะ แม้ท่านอ๋องจะทรงตื้อหม่อมฉันมากไปนิด แต่ก็มิเคยถึงกับทำให้หวาดกลัว”โจวเฟิงระบายลมหายใจเบาๆ “หากเขาร้ายกาจกว่านี้ข้าคงจะจัดการเขาแล้ว”“ฝ่าบาท หม่อมฉันเห็นว่าพระอนุชาของพระองค์ทรงมิใช่คนเลวร้ายเลยเพคะ เพียงแต่อาจจะเอาแต่ใจตนเองสักหน่อยเท่านั้น”ฮ่องเต้มองใบหน้าขันทีน้อยแล้วหัวเราะ “ข้าก็คิดเช่นนั้น! น้องชายผู้นี้อาจจะดูวุ่นวายและน่ารำคาญไปบ้าง แต่ข้าเชื่อว่าเขามิได้อยากจะชิงบัลลังก์หรือปองร้ายข้า”ขบวนเสด็จของฮ่องเต้ตรงไปยังตำหนักจินซานอีกครั้ง ฮองไทเฮาที่เห็นไข่มุกเม็ดโตก็รีบต้อนรับพระโอรสนอกไส้อย่างดียิ่ง“เสด็จแม่ หม่อมฉันอยากนั่งดื่มชาในสวนของพระองค์พะยะค่ะ”“อืม…เข้าทีเพคะ ฝ่าบาท” พระนางหันไปพยักหน้าให้กับฉินกงกงเพื่อให้เตรียมการที่เรือนกลางสวนให้เรียบร้อย ข้าราชบริพารส่วนใหญ่จึงไปรวมกันอยู่ที่เรือนกลางสวน หงซือซือเลิกเป็นขันทีชั่วคราวหันไปเป็นองครักษ์แทน คราวนี้น่าจะง่ายกว่าครั้งก่อนนางมุดไปเงยหน้