ท่านอ๋องร่างสูงโปร่งดูบอบบางเดินนำชายที่ถูกอ้างว่ามาเพื่อเป็นพยานเข้ามาในท้องพระโรง ชายวัยกลางคนอยู่ในชุดบ่าวทำงานหนักของวังหลวงเดินงกๆเงิ่นๆ ตามหลังชายหนุ่มสูงศักดิ์เข้ามา ไม่กล้าเงยหน้ามองขุนนางที่ยืนอยู่สองข้างทางและยิ่งไม่กล้ามองไปยังบัลลังก์มังกรที่มีฮ่องเต้ประทับอยู่ข้างบน“นี่พะยะค่ะ พยานที่หม่อมฉันค้นหาจนพบ ซังกวนเป็นบ่าวที่ทำความสะอาดอยู่หออาลักษณ์ ต้องเฝ้าอยู่ในนั้นตลอดเวลา สามารถยืนยันได้ว่าอาลักษณ์เฉียงมิได้ซุกซ่อนสิ่งใดออกไปจากหออาลักษณ์อย่างแน่นอนพะยะค่ะ”เจ้ากรมกลาโหมก่งได้ยินเช่นนั้นก็หันมามองชายที่หมอบตัวสั่นงันงก“ซังกวน เจ้าไม่เห็นอาลักษณ์เฉียงทำสิ่งใดน่าสงสัยใช่หรือไม่?”บ่าวชายที่มิเคยอยู่ในท้องพระโรงมาก่อนละล ่าละลักตอบ “มะ ไม่ขอรับ! ข้าน้อยเฝ้าอยู่ทั้งวันทั้งคืน ท่านอาลักษณ์เฉียงมิได้ก้าวขาออกจากหออาลักษณ์แม้แต่น้อย”“ถึงเจ้าจะยืนยันได้ว่าเฉียงหยางจงมิได้เอาสิ่งใดออกจากหออาลักษณ์ไป แต่ก็ใช้รับรองไม่ได้ว่าเขามิได้เป็นคนขโมยกล่องมังกร” น ้าเสียงมีอำนาจของก่งจั๋วหรานทำเอาซังกวนตัวสั่น“ขอรับ!”ฮ่องเต้ที่ยืนมองการไล่ต้อนของเจ้ากรมกลางโหมทรงรีบตัดบท“เอาเถอะเจ้ากรมก่ง! เรื่องนี้หายังหาหลักฐานไม่ได้ พยานแค่นี้ก็คงไม่อาจใช้ยืนยันว่าเฉียงหยางจงบริสุทธิ์หรอกนะ”“ฝ่าบาททรงพระปรีชาพะยะค่ะ”ท่านอ๋องโจวชุ่นเห็นท่าไม่ดีรีบหันไปกราบทูล “ฝ่าบาท ซังกวนถือว่าเป็นพยานคนสำคัญนะพะยะค่ะอย่า