นฐานะลำบาก” ฮองไทเฮาแสยะยิ้ม “ก่อนที่กั๋วกงเฒ่านั่นจะไปหาตรากระเรียนทองคำคืนมาได้ โจวเฟิงก็แทบจะเอาตัวไม่รอดเกือบถูกขับไล่จากบัลลังก์ คราวนี้ไม่มีทางจะหาตรากระเรียนทองคำเจอ ต่อให้ตาเฒ่ากั๋วกงพลิกห้าแคว้นช่วยก็ไม่มีทางได้พบ โจวเฟิงเจ้าเด็กสามหาวนั่น! ไม่อยากลงจากบัลลังก์ก็ต้องลงแล้ว”“ไทเฮาทำการได้รอบคอบนักพะยะค่ะ กระหม่อมเองยังคิดไม่ถึงว่าจะทรงวางแผนได้ดีเช่นนี้”“เฉียงหยางจงสนิทสนมกับขุนนางหลายฝ่ายหากกำจัดคนผู้นี้ไปได้ สายอำนาจในราชสำนักของโจวเฟิงก็จะถูกตัดขาด เมื่อไม่มีบิดา เฉียงเจียวมิ่งที่กลายเป็นเพียงบุตรสาวของนักโทษย่อมถูกเนรเทศไปชายแดน การกำจัดคนรอบข้างของฮ่องเต้ออกทีละคนเป็นวิธีการที่ดีในการยึดบัลลังก์มาให้โจวชุ่น”“ไทเฮาทรงพระปรีชายิ่ง พะยะค่ะ”“เจ้ารีบส่งคนไปสอบถามแม่ทัพต้วนสิว่า ใกล้จะได้เวลาจัดระเบียบกองทัพหรือยัง?”กองทัพของแคว้นผิงมีการจัดระเบียบกองทัพปีละหนึ่งครั้ง แม่ทัพต้วนจิ้นป้านเป็น ผู้บังคัญบัญชาสูงสุด ตระกูลต้วนเป็นนักรบมาหลายชั่วอายุคนและให้ความเคารพต่อตรากระเรียนทองคำที่ถือเป็นตราบัญชาการกองทัพ ฮ่องเต้แคว้นผิงจะต้องใช้ตรากระเรียนทองคำในการประทับสั่งการเพื่อการจัดระเบียบ แต่งตั้ง และเคลื่อนย้ายทัพทุกครั้ง ในช่วงการขึ้นครองราชย์แรกๆ ของโจวเฟิงเพราะไม่มีตรากระเรียนทองคำ ทำให้ไม่อาจสั่งการเกี่ยวกับกองทัพได้ แม้ว่าแม่ทัพต้วนจะมิได้มีใจกระด้างกระเดื่องแต่เจ้ากรมกลางโหม