มยุทธ์หง” จินวั่งซู่ค้อมศีรษะรับด้วยรอยยิ้ม“ข้ามีข่าวอยากเพิ่มเติมให้ท่านอีกนิด ถูชิงหลินที่กลายเป็นถูเฟยในตอนนี้ มิใช่ตัวจริง! นางถูกคนที่เรียกว่านายท่านสวมรอยเข้าไปอยู่ในวังหลวง” จอมยุทธ์หงเอ่ยด้วยเสียงดังฟังชัด“ห้ะ!” จินวั่งซู่อุทานเสียงดัง “เรื่องซับซ้อนแบบนี้น่าสนใจนัก! เห็นทีข้าต้องออกไปสืบเรื่องถูชิงหลินผู้นี้ให้กระจ่าง”หงซือซือหันไปยิ้มให้สามีที่นอนอยู่บนเตียง “พี่สามข้าบอกท่านแล้วว่าเรื่อง สืบข่าวไม่มีผู้ใดทำได้ดีไปกว่าคุณชายจิน”หมิงเฟยหลงยิ้มอ่อนๆ “เขานับว่าเป็นยอดคนในเรื่องนี้”“ส่วนเฉียงเจียวมิ่ง นางมีญาติผู้พี่ที่เป็นนางกำนัลอยู่ในตำหนักลู่เสียนรับใช้ฮ่องเต้อยู่ด้วยกัน บิดาของนางยามนี้ยังถูกคุมขังอยู่ที่คุกใต้ดิน คดีของเฉียงหยางจงผู้รับผิดชอบคือใต้เท้าถานซึ่งรับใช้อ๋องโจวชุ่น” หงซือซือลุกเดินเข้ามาเล่าให้คนทั้งสามที่นั่งอยู่โต๊ะกลมฟัง“นักฆ่าสำนักมืออสูรที่มาซุ่มซ่อนอยู่นอกเมืองพวกนั้นคงคิดจะมาฆ่าคนในราชสำนัก ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นโจวเฟิง”“เหตุใดท่านจึงมั่นใจเช่นนั้น?” หงอี้เทียนหันไปทางหมิงเฟยหลง“หากพวกเขามาเป็นกลุ่มใหญ่คงมิได้เข้าประตูเมืองมาด้านเดียวอย่างที่เจ้าพบหรอก ป่านนี้คงอีกส่วนคงเข้าเมืองมาแล้วและอาจจะแฝงกายเข้าไปในวังหลวงแล้วด้วย”“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเราแล้วพวกเราจำเป็นต้องเตือนพวกเขาหรือไม่ขอรับ?” หัวหน้าสวีหันไปขอความเห็นจากหมิงเฟยหลงด้วยท่าทีเกรงใจ“คงต้องเต