ักเราแน่”หงอี้เทียนกับหัวหน้าสวีกลับไปยังคฤหาสน์หลังสำนักคุ้มภัย จอมยุทธ์ทั้งสองและจินวั่งซู่รอฟังข่าวด้วยใจจดจ่อ สีหน้าของหมิงเฟยหลงยังคงซีดเซียวเพราะเพิ่งอาเจียนต่อเนื่องจนอาหารหมดท้องอ่อนแรงอย่างหนักต้องนอนรออยู่บนเตียง“จอมยุทธ์หงท่านไม่ต้องลุกขึ้นมาหรอก พวกเรานั่งคุยกันอยู่ตรงนี้ท่านก็น่าจะได้ยิน”หมิงเฟยหลงนอนฟังหลับตาปริบๆ หงซือซือนั่งอยู่ริมเตียงข้างสามี “พี่อี้เทียนท่านรีบเล่าเถิด”หงอี้เทียนให้หัวหน้าสวีเป็นคนเล่าเหตุการณ์ ส่วนเขาจิบน ้าชานั่งฟังเงียบๆ“ข้าสืบข่าวโดยรอบแล้ว รู้เรื่องที่นอกเหนือไปจากหัวหน้าหงเล่าอีกพอสมควร ในวังยามนี้มิใช่เพียงแค่ฮองไทเฮาต้องการบัลลังก์ให้กับโจวชุ่นที่เป็นพระโอรสที่แท้จริงเท่านั้น หากแต่ใต้เท้าก่ง เจ้ากรมกลาโหมก็ดูเหมือนจะพยายามรวบรวมเหล่าขุนนางและตีสนิทกับแม่ทัพต้วนจิ้นป้านที่คุมทัพบูรพาซึ่งเป็นทัพใหญ่สุดของแคว้นผิง” จินวั่งซู่ผู้ออกไปแต่เช้าและกลับค ่าทุกวัน หันไปมองทุกคนโดยรอบ “พระสนมขั้นเฟยในวังหลวงมีอยู่สองคน หนึ่งคือถูชิงหลินหลานของฮองไทเฮา และก่งเยว่ชิงบุตรสาวเจ้ากรมกลาโหม ว่ากันว่าโจวเฟิงไม่ยอมแต่งตั้งผู้ใดเป็นฮองเฮาเพราะมีใจรักกับเฉียงเจียวมิ่งบุตรของขุนนางอาลักษณ์เฉียงหยางจงที่ตอนนี้ถูกจับเข้าคุกคดีขโมยกล่องมังกร”หงซือซือถึงกับลุกขึ้นยืนปรบมือ “ยอดเยี่ยม! สมกับเป็นผู้หาข่าวอันดับหนึ่งของเมืองหมิง ท่านหาข่าวได้ละเอียดยิ่งนัก”“ขอบคุณจอ