ขันทีน้อยมองกริยาของฮองไทเฮาไม่วางตา สีหน้าของนางดูมีพิรุธว่าคงจะมีของสำคัญซ่อนอยู่ในห้องนี้ หงซือซือในร่างแปลงรีบกวาดตามองไปรอบห้อง ‘ถ้าเดาไม่ผิด นางคงจะซ่อนตรากระเรียนทองคำไว้ที่นี่’อาศัยจังหวะที่ทุกคนคอยดูแลฮองไทเฮาที่นอนระทดระทวยอยู่บนพระแท่นบรรทม หงซือซือจึงทำทีถอยหลังมองสำรวจไปรอบๆ ‘หากเป็นข้า ข้าจะซ่อนของสำคัญเช่นนั้นไว้ทีใด?’ หงซือซือนึกถึงเถียนฮองเฮาที่เคยซ่อนตรากระเรียนทองคำไว้ใต้เตียงนอนจึงมองกลับไปยังกลางห้องอีกครั้ง….ใต้เตียงนอนขันทีเกิ่งขอตัวกลับไปพักผ่อน ฉินกงกงจึงอนุญาต หงซือซือแปลงกลับไปเป็นเฉียงม่านหลิงรีบนำเอาหยกห้อยเอวที่ตนพบไปให้เฉียงเจียวมิ่งช่วยดู“เจ้าว่าของสิ่งนี้น่าจะเป็นของผู้ใด?”“เอ๋? นี่มันหยกของถูชิงหลินนี่?”“เจ้าแน่ใจหรือ?”“แน่ใจสิ…ข้าเคยเห็นนางห้อยไว้ที่เอวเมื่อตอนที่นางแต่งเข้าวังมาแรกๆ”หงซือซือพยักหน้า “เจ้าว่าอาการป่วยของนางดูเสแสร้งหรือไม่?”“นิสัยของนางฝ่าบาททรงรู้ดีเพราะในวัยเด็กพวกเราล้วนเคยพบเจอกันบ่อยในวังหลวง ว่าแต่เจ้าเถอะไปเอาหยกของนางมาจากที่ใด?”“ข้าเก็บได้ ทีแรกไม่รู้ว่าเป็นของผู้ใด? จึงคิดเอามาถามเจ้า”เฉียงม่านหลิงมองหน้าญาติผู้น้อง “เอาล่ะ ข้าบอกความจริงให้ก็ได้” นางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ป้องปากกระซิบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่ตำหนักของฮองไทเฮาให้เฉียงเจียวมิ่งฟัง“ใช่…ข้าสงสัยว่าคนร้ายที่บุกเข้าตำหนักจินซานคือถูชิงหลิน”สีหน้าของเฉียงเจียวมิ่งต