! เอ่อ! ขะ ข้าไม่ไหวแล้ว!” เขาวิ่งออกจากโต๊ะไปยังหลังร้านนั่งอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตายหงซือซือรีบวิ่งตามออกไปดูอาการ“ท่านเป็นอันใด?”เขาไม่มีเวลาจะตอบ หลังจากที่อาเจียนจนหมดไส้หมดพุงแล้วก็รู้สึกอ่อนระโหยโรยแรง ปวดศีรษะอย่างหนัก จินวั่งซู่ที่กินอิ่มแล้วจึงวางตะเกียบเดินมาดู“จอมยุทธ์หลงท่านไหวหรือไม่?”“ข้าปวดหัวมาก ช่วยพาข้ากลับโรงเตี๊ยมที”จินวั่งซู่จึงต้องรับหน้าที่แบกร่างหมิงเฟยหลงขึ้นบนหลังเดินกลับไปยังโรงเตี๊ยมที่อยู่ไม่ไกลนัก หงซือซือรีบให้หัวหน้าสวีไปตามท่านหมอที่อยู่ละแวกนั้นมาตรวจร่างกายชายหนุ่ม“เจ้าแน่ใจนะว่าเขาไม่ถูกพิษ” หงอี้เทียนนิ่วหน้าเห็นอาการน้องเขยแล้วเขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักสภาพของหมิงเฟยหลงในเวลานี้ไม่น่าจะมีผู้ใดจดจำได้“ข้าตรวจทุกจานก่อนกินแล้ว หรือว่าพี่สามจะมีอาการเจ็บป่วยอย่างอื่นก่อนจะออกจากที่นั่น”“รอท่านหมอตรวจเสียก่อนเถอะ”ชายชราที่เดินหิ้วกล่องยาขนาดใหญ่ออกมา ส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มให้บุรุษทั้งสอง “คนผู้นั้นไม่ได้เจ็บป่วยหรอกนะ”“ท่านตรวจไม่เจออาการหรือ?”“เจ้าหนุ่มคนนั้นมีภรรยาหรือไม่?”“มีขอรับ!”“เท่าที่ชีวิตข้าเคยพบมา อาการเช่นนี้แสดงว่าภรรยาของเจ้าหนุ่มผู้นั้นคงกำลังตั้งครรภ์อยู่น่ะสิ!ท่าทางจะแพ้ท้องเพราะรักภรรยามาก”“หา!” สองพี่น้องอุทานออกมาพร้อมกัน