่าผู้ใดคิดจะฆ่าท่าน?”“ยามนั้นผู้เรืองอำนาจมีสามกลุ่ม ฮองไทเฮาเองก็ไม่มีบุตรนางเองก็คงคิดจะกีดกันข้า ส่วนเสนาบดีจางก็รวมขุนนางไว้ในมือไม่น้อย หนานกงกงขันทีเจ้าเล่ห์ที่เฝ้าหน้าห้องของเสด็จพ่อกลัวว่าข้าจะได้เป็นรัชทายาทเช่นกัน”“เสนาบดีจางตายไปพร้อมอดีตฮองเฮาแล้วหนานกงกงก็สิ้นชีวิตหลังจากเสด็จพ่อสิ้นพราชนม์ไปไม่นาน หลังกบฎอ๋องสี่ท่านคงจะเคยได้ยินว่าข้าหวาดระแวงคนใกล้ตัวจนต้องเปลี่ยนขันทีออกไปไม่น้อย” หมิงเฟยหลงทรงทบทวนเหตุการณ์อันยุ่งเหยิงในวังหลวงเพื่อให้หงฉิงเทียนสบายใจ“คดีไฟไหม้วังชงหยวน ข้าคิดว่าฮองไทเฮาทรงร่วมมือกับหนานกงกงคิดจะฆ่าปิดปากข้า” หงฉิงเทียนหลับตาลงช้าๆ นึกถึงศพมากมายของคนในวังชงหยวนที่ต้องมอดไหม้กลางเปลวไฟ “เป็นเพราะข้าได้เห็นหนานกงกงวางยาเสด็จพ่อ”“ห้ะ!” หมิงเฟยหลงถึงกับทรงผงะ ในยามเยาว์วัยรู้เพียงเสด็จพ่อทรงล้มป่วยเพราะทรงงานหนักและทรงเป็นโรคประหลาดที่หมอหลวงไม่อาจหาสาเหตุได้“เป็นผู้ใดที่ลงมือ?”“หนานกงกง” หงฉิงเทียนหันมามองลูกทั้งสามที่ยืนอยู่ข้างหลัง “วันนั้นข้าบังเอิญรีบร้อนอยากจะเอาปริศนาที่เสด็จพ่อประทานมาให้เอากลับคืนไปอวดว่าข้าถอดได้สำเร็จ เป็นเพราะรีบวิ่งพรวดพราดเข้าไปจึงได้เห็นหนานกงกงเอาผงที่ซ่อนไว้ในชายเสื้อใส่ลงในถ้วยชาของเสด็จพ่อ ทีแรกพวกเขาไม่รู้ว่าข้าเห็น แต่เพราะครั้งต่อมาข้าได้ยินฮองไทเฮากับหนานกงกงคุยกันที่ระเบียงหน้าตำหนักเสียนเหลียง ทั้งสองโต้เถียงก