หงซือซือชะงัก “เหตุใดท่านจึงถามเช่นนี้?”“ในเมื่อพ่อแม่ของเจ้าล้วนเป็นเซียนพันหน้า หากว่าสาเหตุที่พวกเขาต้องแปลงโฉมเป็นเพราะมีเรื่องราวในอดีตที่อยากปกปิดเล่า?”“จริงสิ! ข้าเองก็ไม่เคยคิดมาก่อน ข้ารู้เพียงว่าท่านพ่อไม่เคยเล่าเรื่องบรรพบุรุษให้ข้าสองพี่น้องฟังเลย ซ ้าพวกเรายังไม่เคยมีญาติแม้แต่คนเดียวให้ไปเยี่ยม”ฮ่องเต้ทรงนึกถึงหนังสือที่พระองค์ได้มาจากตรอกคนโฉด “ในตำรากล่าวถึงเซียนพันหน้าและผู้มีตั้งข้อสังเกตไว้ว่าคนผู้นี้อาจจะเป็นคนในราชวงศ์หมิง”“ท่านสงสัยสิ่งใด?”“บางทีท่านพ่อของเจ้าอาจจะเกี่ยวพันกับคนในราชวงศ์หมิงก็เป็นได้”“สิ่งที่เขียนในหนังสือนั้นเชื่อถือได้หรือ?”“หากเขากล้าเขียนเช่นนั้นไม่แน่ว่าอาจจะมีเบาแสบางอย่างก็ได้ ไม่แน่ว่าบิดาของเจ้าอาจจะเป็นหลวนเป้ยเล่อตัวจริงหรืออาจจะเป็นผู้ที่รู้คดีวังชงหยวน”“ถ้าพี่สามสงสัย เราก็ต้องสืบเรื่องนี้กันดู ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่า เหตุใดข้าจึงไม่เคยมีญาติพี่น้องกับเขาสักที?”ฮ่องเต้จูบขมับนาง “ให้ข้าไปหาบิดามารดาเจ้าด้วยได้หรือไม่?”“หือ!”“ข้าเป็นลูกเขยตัวจริงแล้วนะ จะอย่างไรก็ควรไปคารวะท่านพ่อตาและท่านแม่ยายสักครั้ง” หมิงเฟยหลงทรงละประโยคที่ว่าตนเองอาจจะมีหลานให้พวกเขาได้เชยชมแล้วด้วย!หงซือซือหน้าเจื่อนลง นางยังคิดไม่ออกว่าจะต้องคุกเข่าสารภาพกับท่านพ่อท่านแม่เช่นใดดีที่จู่ๆ ก็มีสามีเป็นตัวเป็นต้นเช่นนี้!ฮ่องเต้เพิ่งนึกออกว่าตนเองยังไม่เคยพบผู้