เดินทางมาถึงเมืองหมิงทั้งๆ ที่แต่ละปีแทบจะไม่คิดจะเหยียบย่าง เมื่อดูใบหน้าเคร่งขรึมของพี่ชายแล้วนางก็ต้องพับเก็บความคิดที่จะซักไซ้ไว้ในใจ พี่อี้เทียนของนางหากไม่คิดจะบอกสิ่งใดแล้วต่อให้เอาดาบมาง้างปากก็ไม่มีทางได้คำตอบ!“เจ้ากลับวังไปเถอะ! คอยจับตาดูนโยบายที่เป็นประโยชน์ของฮ่องเต้แล้วมาบอกข้าล่วงหน้าสักหน่อยก็ดี ในเมื่อไม้กลายเป็นเรือแล้ว ข้าไม่เอามาพายเสียบ้างจะนับว่าเป็นคนฉลาดได้อย่างไร?”คนเป็นน้องหน้าแดงม้วนต้วน “พะ พี่รู้….”“ข้าจะปล่อยน้องสาวให้ไปอยู่คลุกคลีกับบุรุษมากรักโดยสบายใจได้อย่างไร? หากไม่ส่งคนไปสืบเสียบ้างเห็นทียามค ่าคืนคงหลับตาไม่ลงหรอก?” ร่างสูงสง่าของหัวหน้าสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟเดินเข้ามาใกล้น้องสาว“เรื่องอื่นท่านรู้ด้วยหรือไม่?” นางถามด้วยน ้าเสียงแผ่วเบา“เรื่องใด?”“นางสนมในวังหลังพวกนั้น”“รู้ละเอียดพอสมควร คนของข้าส่งข่าวที่เชื่อถือได้มาสามแหล่ง เทียบดูแล้วก็ได้ความจริงอยู่”“สามแหล่ง!” นางเผลอร้องออกมา “ท่านส่งคนไปตามสืบข้ากี่คนกัน?” หงซือซือไม่คิดมาก่อนเลยว่าพี่ชายที่มักจะเดินทางคุ้มกันสินค้าไปตามแคว้นต่างๆแทบจะตลอดเวลาวางกำลังคนไว้ในวังหลวงมาเพียงนี้!“เจ้าจะรู้ไปทำไมกัน? คนส่งข่าวของเจ้าข้าเองก็ยังไม่เคยซักไซ้หา”“หึ!” นางร้องออกมาได้แค่นั้น….กับพี่ชาย หงซือซือไม่อาจจะทำตัวเอาแต่ใจได้ พี่ชายของนางเป็นคนพูดน้อยแต่ดุนัก!“แล้วข้าจะให้คนไปตามเจ้าในวังหลวงก็แล้วกัน”ฮ่อง