กราดของท่าน บ่งบอกว่าท่านต้องมีเรื่องไม่พอใจอีกแน่! บอกข้าสิว่าผู้ใดทำให้ท่านขัดเคือง”“ฟ่านซิ่วอิง!”“หือ! พราชายาของข้าน่ะหรือ?”“ครั้งนี้ถือว่านางหยามข้ายิ่งนัก!”“นางทำอันใดให้พี่สามหรือ?”ฮ่องเต้ขบกรามก่อนจะแสยะยิ้ม “เพราะนางจะมีลูกให้เจ้าอีกแล้วน่ะสิ!”ชินอ๋องทรงยิ้มกว้างคล้ายจะหัวเราะแต่ปากยังคงอ้าพะงาบๆ อยู่ ฮ่องเต้เห็นเช่นนั้นก็ยิ่งหมั่นไส้จนต้องลุกขึ้นเดินมาบีบคางของพระอนุชาอย่างแรง!“โอ๊ย! ข้าเจ็บนะ”“เจ้าจะดีใจมากเกินไปแล้ว! ไม่คิดจะเห็นใจข้าบ้างเลยหรือไร?”ชินอ๋องทำหน้าฉงน “ท่านก็มีภรรยาเต็มวังหลังขยันทำการบ้านเข้าสิ! นี่ข้ามีภรรยาแค่คนเดียวเองนะ!”“เจ้าห้า!” น ้าเสียงของฮ่องเต้ตวาดก้อง “นี่มันจะเกินไปแล้ว!”“ท่านโมโหขนาดนี้หยิบกระบี่มาประกับข้าสักสี่ห้าเพลงเถอะ ไม่เช่นนั้นท่านคงเครียดตายแน่!”เมื่อน้องชายกล้าท้า พี่ชายของก็กล้ารับ หมิงเฟยหลงหันไปคว้ากระบี่ที่วางอยู่ด้านหลังโยนให้ชินอ๋องหนึ่งและตนเองคว้ามาอีกหนึ่ง ถอดปลอกอย่างว่องไวแล้วกระโจนออกไปยืนกลางห้อง“ในเมื่อเจ้าเองก็อยากให้ข้าได้ระบายความโมโหก็นับว่าดียิ่ง! มา! เข้ามา!”เสียงกระบี่ปะทะกันเคร้ง! คร้าง! จนหู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งตกใจรีบบุกเข้าไปในห้องทรงพระอักษร“พวกเจ้าไม่ต้องยุ่ง! เจิ้นจะสั่งสอนชินอ๋องเสียหน่อย”“เกิดอะไรขึ้นล่ะนี่?” อู๋กงกงที่วิ่งตามมาเป็นคนสุดท้ายเห็นบุรุษในชุดเหลืองกับชายหนุ่มในชุดแม่ทัพกำลังต่อสู้กันอย่างด