ญชา พะยะค่ะ”บ่ายแก่ๆ ชินอ๋องเสด็จจากค่ายเมืองพยัคฆ์เหินมาถึงเมืองหลวงก็รุดเข้าเฝ้าพระเชษฐาทันที ฮ่องเต้ทรงยินดีนักที่ชินอ๋องมาเข้าเฝ้าแต่ก็ยังแอบเคืองที่พระอนุชากำลังจะมีลูกเพิ่มอีก ที่ผ่านมาคนทั้งเมืองหลวงล้วนกล่าวชื่นชมพราชายาฟ่านซิ่วอิงของชินอ๋องตลอดมาที่ตั้งท้องครั้งเดียวมีบุตรถึงสี่คน คราวนี้หากข่าวการตั้งครรภ์ของนางกระจายออกไป ผู้คนคงสรรเสริญนางเป็นเทพีแห่งการมีบุตรแล้ว!“เหตุการณ์ชายแดนเป็นอย่างไร?”“ฝั่งแคว้นเว่ยสงบเรียบร้อยดี เดือนหน้าหม่อมฉันจะเดินทางไปตรวจทัพเมืองฉู่จิ้งพะยะค่ะ”“แม่ทัพคนใหม่ ท่านชายจีหลุนก็น่าจะทำหน้าที่ได้ดีมิใช่หรือ?”“สายรายงานว่าแม่ทัพจีซักซ้อมทหารอย่างเข้มงวดกวดขันเป็นที่น่าพอใจ หม่อมฉัน แต่หม่อมฉันก็มิได้วางใจนักหรอกพะยะค่ะ”“กองทัพแดนใต้เล่า? เจ้าคิดจะไปตรวจตราเมื่อใด?”“ให้ไปเมืองฉู่จิ้งเสร็จก่อนเถิดพะยะค่ะ” ชินอ๋องรู้สึกแปลกพระทัยที่เสด็จพี่ของตนซักไซ้ไล่เลียงด้วยสีหน้าเคร่งขรึมผิดจากทุกครั้งครั้นฮ่องเต้เห็นพระอนุชาเริ่มจะชักสีหน้าจึงยกยิ้มมุมปากก่อนจะไล่ให้เจ้ากรมกลาโหมกับข้าราชบริพารผู้อื่นออกไปข้างนอกเหลือเพียงพระองค์กับชินอ๋องเมื่ออยู่ตามลำพัง ท่าทีของฮ่องเต้ก็ดูผ่อนคลายลง มือที่ไพล่ไปด้านหลังก็วางลงบนโต๊ะทรงพระอักษร ทรงนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะชี้ให้พระอนุชาประทับใกล้ๆ“เอาล่ะ! คนอื่นออกไปหมดแล้ว ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า!”“ข้าคิดแล้วเชียว ท่าทีเกรี้ยว