เป้าหมายนางกำนัลร่างใหญ่ก็ชะลอฝีเท้าและแอบเข้าชิดผนังตามสัญชาตญาณ “พวกเจ้าคิดจะทำเช่นไร?”“เจ้ารออยู่ข้างนอกเถิด ปล่อยให้ข้ากับไป๋เพ่ยเจินเข้าไปข้างใน” หม่าหลันฮวาหันไปบอกฟู่เอ๋อร์ เขาพยักหน้า ไป๋เพ่ยเจินจึงยกมือขึ้นตบมือเขาเบาๆ ให้ปล่อยมือนางหม่าหลันฮวาเดินนำหน้าไป๋เพ่ยเจินไปหยุดหน้าประตู เคาะแรงๆ สามครั้ง“เข้ามาสิ!”เมื่อสตรีทั้งสองเปิดประตูเข้าไปเห็นเพียงนางกำนัลสองคนนั่งอยู่ด้านใน หม่าหลันฮวารีบกราดเข้าไปจับมือนางกำนัลคนแรก“พวกเจ้าอย่าเอะอะไป! ข้ามีความลับสำคัญเท่าชีวิตจะเล่าให้ฟัง” เยว่หลิ่งอินตกใจ นางเคยเห็นหม่าหลันฮวาเพียงครั้งสองครั้งเมื่อตอนที่ไปรอรับเครื่องเสวยหน้าห้องเครื่องเยว่หนิงเจียวเองก็ตกใจไม่น้อย “ความลับอันใดกัน?”หม่าหลันฮวาแสร้งมองไปรอบๆ ห้อง “พวกเจ้าใช่สองพี่น้องแซ่เยว่หรือไม่?”“ทั้งเรือนอานฉวนก็เพียงเราสองคนที่แซ่เยว่” เยว่หลิ่งอินพยักหน้ารับ“ดี! จะได้ไม่ผิดตัว เพราะความลับนี้จะนับว่าดีก็ได้จะว่าร้ายก็ไม่เชิง”“อย่างไรหรือ?” เยว่หนิงเจียวรีบเปลี่ยนตำแหน่งมานั่งขนาบข้างหม่าหลันฮวา “พวกเจ้าได้ยินคดีของเฉินเฟยหรือไม่?”สองพี่น้องได้ยินชื่อพระสนมที่เพิ่งถูกประหารก็ถึงกับตาเหลือก ลอบหันไปสบตากันด้วยความหวาดกลัว หม่าหลันฮวาเห็นเช่นนั้นก็รู้แล้วว่าพวกนางต้องรู้เห็นเรื่องหยกหิมะแน่!“ข้าได้ยินมาว่า…มีผู้เห็นห่อผงหยกหิมะถูกทิ้งไว้ข้างเรือนอานฉวน และมีผู้ใส่ร้ายว่าพวกเจ้าสอง