นไปทำให้วังหลังปั่นป่วน พวกเจ้าก็เห็นแล้วว่าโอรสและธิดาของเจิ้นล้วนแล้วแต่ถูกเล่ห์กลของสตรีวังหลังหมายกำจัดกันเอง จนทำให้เจิ้นไร้สิ้นทายาทจะสืบทอดราชบัลลังก์ บัดนี้เหลือเพียงองค์หญิงหมิงซีหลิวเป็นทายาทเพียงหนึ่งเดียว เช่นนี้ยังควรจะรับสตรีมาให้วุ่นวายเพิ่มอีกทำไม? เจิ้นเองก็มีฮองเฮาแล้ว รอให้นางอุ้มครรภ์มังกรดีกว่า” เมื่อฮ่องเต้มีพระดำริชัดแจ้งจึงมิมีผู้ใดกล้าคัดง้างเย็นวันนั้นฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการให้นางสนมทั่ววังหลังแสดงเจตจำนงว่าผู้ใดต้องการจะออกจากวังก็สามารถทำได้โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือในการออกจากวังและหนังสือรับรองในการแต่งงานใหม่ได้โดยปกติหากมีนางสนมขับออกจากวังก็จะไม่มีผู้ใดกล้าแต่งงานกับนางเพราะถือกันว่านางเป็นสมบัติของฮ่องเต้ หลายคนที่เข้ามาในวังแล้วไม่เคยมีโอกาสถวายงานแก่ฮ่องเต้ ต้องอยู่เฝ้าตำหนักอย่างไร้คู่ไปจนกว่าจะสิ้นชีวิต ดังนั้นหากมีโอกาสได้ออกจากวังย่อมเท่ากับโอกาสได้เกิดใหม่ หากผู้ใดสมัครใจจะอยู่ในวังก็สามารถอยู่ต่อได้ มีโอกาสให้ไตร่ตรองได้อีกสามเดือน“พี่สาม ท่านแน่ใจแล้วหรือ?” หงซือซือนึกเป็นห่วง การที่พี่สามกล้าเอ่ยเช่นนี้ในท้องพระโรงย่อมมีข้าราชสำนักหลายฝ่ายไม่พอใจ“อำนาจทางการทหารอยู่ในมือข้า ในทางการปกครองข้าก็ยังมีใต้เท้าฟ่านช่วยดูแล ยามนี้เหมาะนักเพราะไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน” หมิงเฟยหลงมองใบหน้างดงามของสตรีที่นั่งอยู่เคียงข้าง “เจ้าไม่ดีใจหรือ? ข้ากำจัดสตรี