เฉินเฟยสงบใจ หากยืนกรานแล้วจะมีผู้ใดเอาผิดนางได้? คิดได้เช่นนั้นพระสนมคนงามก็ย่างบาทอย่างสง่าผ่าเผยไปยังเรือนลงทัณฑ์ พระวรกายองอาจของฮ่องเต้นั่งอยู่โต๊ะพิพากษากลางห้อง ด้านข้างมีหลวนฮองเฮาประทับอยู่ ขาของเฉินเฟยสั่นเล็กน้อย นางจิกเล็บลงบนหลังมือที่กุมกันยามเดินของตน สัมผัสที่ปลายนิ้วทำให้รู้ว่าความกลัวกัดกินจิตใจเพราะผิวเนื้อที่หลังมือของนางนั้นเริ่มเย็บเฉียบองครักษ์เสื้อแพรลากตัวถูมามาหลี่ให้คุกเข่าต่อหน้าฮ่องเต้“พระอาญามิพ้นเกล้า หม่อมฉันถูกคนใส่ร้าย”หมิงเฟยหลงจ้องลงนางกำนัลตำหนักเหอผิงเขม็ง “ยังไม่เห็นมีผู้ใดกล่าวหาเจ้าเลยนี่? เจ้าโดนจับมาเพราะเหตุใดหรือถูมามาหลี่?”นางอึกๆ อักๆ อยู่ครู่หนึ่ง “ท่านหัวหน้าองครักษ์หู่จู่ๆ ก็บุกเข้าไปลากหม่อมฉันมาที่นี่ หม่อมฉันไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด?”“นั่นสิ! เจิ้นแค่เรียกเจ้ามาถามเท่านั้น เจ้าคงตื่นเต้นมากไป”“พะ เพคะ” นางรีบก้มหน้าลง หัวเข่าสองข้างสั่นไหวไม่หยุด จนต้องแอบจิกข้างขาตนเองสองสามครา“ผงสีเขียวในห่อที่ซ่อนในห้องของเจ้าคือสิ่งใดหรือ?” พระสุรเสียงดังกังวานนั้นราวกับเสียงมัจจุราชถูมามาหลี่ไม่กล้าเงยหน้า“หยะ หยกหิมะ เพคะ”“มีไว้เพื่อสิ่งใด?”“มันเป็นยาบำรุงธาตุสำหรับสตรีเพคะ” นางตอบอ้อมๆ หวังให้ฮ่องเต้สั่งให้ตรวจสอบว่าเป็นพิษหรือไม่?เพื่อที่นางจะได้พ้นความน่าหวาดกลัวนี้เสียที“เรียกหมอหลวงเข้ามา”ถูมามาหลี่กับเฉินเฟยแทบจะถอนหายใจออกมาพร้อมกัน