เห็นที่เรือนรับรองแน่!ทิศทางที่นางทะยานไปคือตำหนักเป่าฉี!เติ้งเฉินฟู่เสียวสันหลังวาบ เขาจำได้ว่านักฆ่าสำนักมืออสูรเคยลอบเข้าวังเพื่อสังหารฮ่องเต้หลายครั้ง ‘ปัดโธ่! ข้ามิได้พกกระบี่มาเสียด้วย’เขาทำได้เพียงซุ่มติดตามนางก่อน ตำหนักเป่าฉีมิใช่ผู้ใดจะบุกเข้าไปได้ง่ายๆ นอกจากจะมีองครักษ์ส่วนพระองค์แล้วก็ยังมีเหล่าองครักษ์เงาหรือแมวดำอีกกว่ายี่สิบชีวิตที่แฝงกายอยู่รอบตำหนักน่าแปลกที่นางหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาเป่า เสียงแหลมเล็กดังขึ้นสามครั้ง เงาวูบวาบเหนือตำหนักกลับสงบลง นางทะยานร่างลงแตะพื้นหน้าตำหนัก แล้วเดินเข้าด้านหน้าอย่างองอาจ เติ้งเฉินฟู่หลบไปยืนมองอยู่ด้านข้าง เมื่อนางเปิดประตูแล้วเอียงหน้ากลับมามองดูว่ามีคนลอบตามหรือไม่?ไป๋เพ่ยเจิน! เติ้งเฉินฟู่นึกเอ็ดอึงในใจ ‘เป็นนางได้อย่างไร?’นางผู้นี้มีวิทยายุทธ์ด้วยหรือ? เขาจำได้ว่าการคัดเลือกนางกำนัลนั้น พวกนางล้วนเข้ามาตั้งแต่อายุยังเยาว์ นางจะเอาเวลาที่ไหนไปฝึกวิชาตัวเบาล ้าเลิศเพียงนี้!‘ข้าคงต้องสืบเรื่องของเจ้าอย่างละเอียดเสียหน่อย’ องครักษ์เติ้งสังเกตว่าองครักษ์เงาพวกนั้นล้วนหลีกทางให้นางเข้าตำหนักอย่างง่ายดาย เห็นได้ชัดว่านางมิใช่เพียงนางกำนัล แต่นางอาจจะเป็นยอดฝีมือประจำตัวฮองเฮาด้วย! ความไว้วางใจระดับนี้แม้แต่เขาที่เป็นองครักษ์มาหลายปี ผ่านการคัดเลือกด้วยความยากลำบากยัง มิเคยได้รับ ไป๋เพ่ยเจิน! เจ้าไม่ธรรมดาเหมือนใบหน้าเจ้าเสียแล้ว!เต