จินวั่งซู่ได้ยินเรื่องไฟไหม้เรือนรับรองในวังหลวงก็รีบรุดขอเข้าวังหลวง ในฐานะผู้ช่วยที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพิเศษจากฮ่องเต้ แม้มิมียศขุนนางแต่ก็ได้รับความสะดวก คุณชายรูปงามรีบตรงไปยังจุดเกิดเหตุ นับเป็นการกระทำที่อุกอาจยิ่งนัก ผู้ลงมือเผาเรือนรับรองในวังหลวงโทษมีเพียงประหาร“หัวหน้าหู่ จับคนร้ายได้หรือไม่?”“องครักษ์จูเห็นพวกมันแต่เพราะเขารีบร้อนจะช่วยท่านหมอจึงมิได้ห่วงจับคนร้าย”“หือ! หมอที่ไหนกันที่จะโดนเผาในวังหลวง? มิใช่ว่าไปขัดขาคนใหญ่คนโตเข้าหรอกนะ?”“ท่านหมอเกาเข้ามาถวายงานให้ฮ่องเต้ตั้งแต่วันก่อน นางเดินทางไม่แวะพักมาจากเมืองชิงหลิวนับว่าทุ่มเทนัก” หัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรมิได้สังเกตใบหน้าซีดเผือดของคุณชายจิน ยังกล่าวต่อด้วยความชื่นชมใบหน้าของเขาชะโงกมาใกล้ลดเสียงลงเพราะเกรงผู้อื่นจะได้ยิน “ความลับที่นางเข้าวังคือมาตรวจหาร่องรอยยาพิษจากศพพระสนม ข้ายังได้ดูนางผ่าศพด้วย ช่างเป็นสตรีที่น่าทึ่งเหลือเกิน”จินวั่งซู่ทำหน้าเหมือนกินยาขมไปหม้อใหญ่ “อืม!แล้วนางอยู่ที่ใด?”“นางถูกวางยาป่านนี้ยังหลับไม่ตื่นเลย เห็นหมอหลวงบอกว่านางน่าจะนอนไปอีกหนึ่งวัน”คุณชายจินถอนหายใจอย่างโล่งอก นับว่าโชคดีนักที่ไม่ต้องเผชิญหน้านางในยามนี้ “ผู้ใดช่วยนางออกจากเรือนรับรอง?”“เติ้งเฉินฟู่น่ะสิ เขาอาสาดูแลนาง เคราะห์ดีที่ตอนคนร้ายเริ่มจุดไฟเขารู้ตัวก่อน จึงได้วิ่งไปอุ้มนางออกจากเตียงมาได้”จินวั่งซู่ดวงตาเป็นประก