าย ‘วีรบุรุษช่วยสาวงาม’เห็นทีประเด็นนี้เขาต้องสรรเสริญเติ้งเฉินฟู่ให้ฮูหยินไร้รอยชื่นชมยินดีด้วยให้ได้!“นับว่าองครักษ์เติ้งทำงานด้วยใจอย่างแท้จริง!”“เป็นเช่นนั้น!”หู่ซิ่นสือเดินนำจินวั่งซู่ไปยังเรือนรับรองที่ไฟไหม้ไปกว่าครึ่ง ห้องนอนที่ท่านหมอเกายังหลับใหลอยู่ก่อนหน้านี้แทบไม่เหลือเค้าเดิม เศษซากไม้สีดำหล่นเกลื่อนพื้น กลิ่นไอร้อนและควันขาวพวยพุ่งอันเกิดจากการดับไฟบนฟืนที่ร้อนฉ่า ห้องโถงของเรือนรับรองถูกปกป้องได้ทัน กระนั้นสภาพของมันก็มิได้ดูดีเท่าใดนัก“หากโดนรมยากันทั้งคู่ก็คงไม่รอดแล้วสินะ”“พวกมันคงไม่รู้น่ะสิว่าในห้องโถงจะมีองครักษ์เติ้งนอนเฝ้าอยู่ เพราะคงสังเกตเพียงว่ามีเวรยามเดินผ่านไปมา เมื่อเห็นไม่มีคนจึงคิดลงมือ”ระหว่างที่บุรุษทั้งสองพูดคุยกัน หัวหน้าองครักษ์วังหลวงเหม่ยห้าวก็เดินนำขบวนองครักษ์จำนวนมากมาตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุอย่างคร ่าเคร่ง เขาเหลือบเห็นหู่ซิ่นสือกับคุณชายจินยืนคุยกันอยู่มุมมืดด้านหนึ่ง“หัวหน้าหู่ เจ้าก็มาด้วยหรือ?”“คนที่เกือบตายในกองไฟนั่นน่ะคือลูกน้องของข้า หากไม่มาข้าก็คงละเลยหน้าที่ ท่านล่ะตรวจพบสิ่งใดบ้าง?”“กำลังสืบสอบว่าผู้ใดเห็นหน้าคนร้ายบ้าง?”“ข้าให้คนวาดภาพพวกเขาออกมาแล้ว ประเดี๋ยวลูกน้องของข้าก็คงเอารูปมาส่ง” จบประโยคนั้นองครักษ์เสื้อแพรก็นำเอาม้วนภาพวาดมาส่งให้หัวหน้าหู่พอดี“องครักษ์ของเจ้าเห็นหน้าคนร้ายหรือ?”“ใช่! แค่ไม่มีเวลาตามจับพวกเขาเพราะต