ข่าวการสิ้นชีพิตักษัยของพระสนมตงแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ฮ่องเต้เสด็จกลับตำหนักเป่าฉีแล้วไล่ให้ขันทีและนางกำนัลออกไปรอข้างนอกจนหมด ทรงจับมือฮองเฮาเข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนพระองค์“ซือซือ อาการของตงเฟยเหมือนกันกับเสี่ยวตี้คนร้ายลงมือครั้งนี้เราต้องไม่พลาด” ความเคร่งเครียดบนใบหน้าของฮ่องเต้ยังไม่คลายลง“ตรวจไม่เจอหรือเจ้าคะ?”“ไม่! ขนาดยอมให้เอาเลือดนางออกมาตรวจแล้วก็ไม่พบสิ่งใด?”“พี่สามคิดวิธีแก้ไขไว้แล้วหรือเจ้าคะ?”“เจ้าเชิญฮูหยินไร้รอยเข้าวังทีเถิด หากไม่พึ่งพานางเห็นทีข้าคงจะจับคนร้ายไม่ได้” หมิงเฟยหลงทรงเล่าสิ่งที่ตงเฟยสารภาพก่อนเสียชีวิต “ฉานกุ้ยเหรินผู้นั้น นางถูกเสิ่นกุ้ยเฟยนำเข้าวังมาเพื่อยั่วยวนข้า คืนนั้นในสุราต้องมีปัญหาแน่แต่มิใช่พิษและยากำหนัดทั่วไป คล้ายกับทำให้มึนเมาอยู่ช่วงหนึ่ง”หงซือซือนั่งใคร่ครวญ “ท่านอาจจะถูกยามึนเมาเช่นเดียวกับที่จูจิ้นติ้งกับเซียนเจียวเหม่ยโดนก็เป็นได้”“อืม….ใช่! อาการเป็นเช่นนั้น”“คงมีแต่อาจารย์ข้าถึงจะตรวจเจอยาพิสดารเช่นนี้”หงซือซือไม่รอช้านางรีบส่งม้าเร็วไปเชิญอาจารย์ของนางจากเมืองชิงหลิวเข้าสู่วังหลวง ส่วนตัวนางเองก็หาหนทางเข้าไปตำหนักเหอผิงเพื่อดูลาดเลา บ่ายแก่ๆ พระสนมเฉินที่ไปเยี่ยมตงเฟยตั้งแต่วันก่อนมานั่งลุ้นด้วยใจระทึก ไม่นานนักถูมามาหลี่ก็รี่เข้ามา “ทูลพระสนม ตงเฟยสิ้นแล้วเพคะ”สีหน้าของเฉินเฟยแช่มชื่นขึ้น “ดี! อาการของนางแม้ไม่เป็นตามที่คาด