ยู่ตรงหน้า หมอหลวงเดินเข้ามาขออนุญาตตรวจร่างกายนางซ ้าเมื่อเห็นว่ามือของนางเริ่มเขียวคล ้า อาการเดียวกับหมิงเหอตี้ก่อนจะเสียชีวิตลูกชายของเขาก็อยู่ในสภาพนี้“ทูลฝ่าบาท ภายในร่างกายของพระสนมคงทนได้ไม่เกินครึ่งชั่วยามแล้ว พะยะค่ะ” สีหน้าของหมอหลวงก็พลอยสลด หลายศพในวังหลังที่ตรวจไม่พบสาเหตุที่แท้จริง แม้จะรู้อยู่ลึกๆ ว่านี่คือการวางยาพิษ แต่พิษใดเล่า? หากไม่มีคำตอบที่ชัดแจ้ง กราบทูลไปก็เท่ากับใส่ร้ายผู้อื่น อาจจะเป็นการเอาคอไปพาดรอดาบ“ตงเฟย ผู้ใดคิดทำร้ายเจ้า? พอจะรู้หรือไม่?”ฮ่องเต้เอ่ยขึ้นในความเงียบงัน ในเมื่อไม่อาจเหนี่ยวรั้งชีวิตของนางไว้ได้ ขอเพียงมีเบาะแสให้สืบเสาะต่อไปก็คงดีพระสนมไม่อาจเปิดเปลือกตาขึ้นมองฮ่องเต้ นางข่มความทรมานเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น “ระวังคนใกล้ชิดของพระองค์ให้ดี พวกเขาอาจจะกำลังร่วมมือกัน”“เจ้าหมายถึงใคร?”ตงเฟยพยายามยกมือที่เริ่มเขียวขึ้น ปลายนิ้วของนางยังกระดิกได้เล็กน้อย ฮ่องเต้ทรงค้อมศีรษะลงใกล้ริมฝีปากนาง ตงเฟยขมุบขมิบอยู่ครู่หนึ่ง “ฝ่าบาทระวังตัวด้วยเพคะ หม่อมฉันทูลลา”ร่างของพระสนมคนงามที่นอนหลับตานิ่งดูราวกับภาพวาดของจิตรกรชั้นเลิศ ลมหายใจของนางรวยรินฮองไทเฮาเสด็จมาเยี่ยมนางเป็นครั้งสุดท้ายแต่ก็ได้เห็นเพียงร่างนางที่นอนหายใจแผ่ว หงซือซือนั่งรออยู่ด้านนอก นางเข้าไปเยี่ยมแล้วและเห็นว่าในวาระสุดท้ายควรให้พระสวามีได้มีโอกาสบอกลากับหนึ่งในภรรยาของเขาเป็นการส่ว