งตงเฟยแค้นเคือง ยามนั้นฝ่าบาทแทบจะมาตำหนักฟาหยางสัปดาห์ละสามครั้ง เสิ่นกุ้ยเฟยที่ทนเห็นนางแทบจะยึดฝ่าบาทไว้ได้จึงเสาะหาสตรีงดงามคนใหม่เพื่อเอาเข้ามาช่วยรับใช้ฝ่าบาท หรือจะว่าตรงๆ คือ ดึงฝ่าบาทออกจากนาง“นั่นเป็นเพราะเจิ้นมิได้ระวัง” คืนนั้นเขาดื่มสุราในตำหนักเสิ่นกุ้ยเฟย น่าแปลกที่ดื่มแล้วแทบจะจำสิ่งใดไม่ได้ ซ ้าตื่นขึ้นมาในยามเกือบฟ้าสาง เมื่อกลับถึงตำหนักเป่าฉีอู๋กงกงจึงได้กราบทูลว่าเขาร่วมเตียงกับฉานกุ้ยเหรินผู้นั้นไปแล้ว เมื่อส่ง อู๋กงกงกลับไปตรวจสุราก็ไม่พบความผิดปกติอันใด ที่เกินคาดคือหลังจากนั้นไม่ นานนักฉานกุ้ยเหรินตั้งครรภ์“หม่อมฉันยอมเห็นนางมีพระโอรสไม่ได้หรอกเพคะ แล้วยิ่งนางจิ้งจอกเสิ่นกุ้ยเฟยนั่น นางคอยยิ้มเยาะหม่อมฉันทุกคราวที่พบกัน หึๆ สุดท้าย นางก็ต้องไปอยู่ตำหนักว่างจี้อย่างโดดเดี่ยว” รอยยิ้มของตงเฟยแห้งแล้ง “ส่วนหม่อมฉัน…ก็คงไม่อาจอยู่รับใช้ฝ่าบาทได้อีกแล้ว”นางหลับตาลงอย่างอ่อนล้า ลมหายใจผ่าวลงหมิงเฟยหลงกุมมือนางไว้ “เจ้าพักเสียก่อน ไม่ต้องพูดแล้ว”“พวกเราล้วนมุ่งร้ายต่อกันเพียงเพื่อเอาใจพระองค์ ช่างน่าสมเพชนัก!” น ้าเสียงของตงเฟยปวดร้าว หากนางย้อนเวลากลับไปได้ นางจะไม่เข้าวัง เลือกบุรุษฐานะเท่าเทียมสักคนที่ซื่อตรงพอจะรักและดูแลนางโดยไม่คิดรับอนุภรรยา มีบุตรสืบสกุลให้เขาแล้วอยู่ดูแลกันไป ชีวิตเช่นนั้นก็สุขพอหมิงเฟยหลงไม่ตรัสสิ่งใดได้แต่มองร่างผอมบางที่นอนหายใจรวยรินอ