ีนางกำนัลในตำหนักแล้วกลับไม่พบว่าพระสนมออกไปไหนไกลนอกจากเดินอยู่รอบตำหนักตลอดสองวันถูมามาหลี่รีบเข้าไปทูลพระสนมของตนโดยไว“ได้เรื่องแล้วเพคะ ตงเฟยทรงล้มป่วยด้วยไข้หนาว เมื่อเช้าหมอหลวงไปตำหนักฟาหยางตั้งสามคน”“อืม! นับว่าคนของเจ้าทำงานได้รวดเร็วนัก”“หม่อมฉันอุตส่าห์วางคนไว้นานแล้ว หากไม่ได้ใช้ยามนี้ย่อมเสียดายนัก เพคะ”“ดี! เราจะให้เงินรางวัลเจ้า หากกำจัดนางสำเร็จข้าอาจจะมีโอกาสได้อุ้มครรภ์อีกครั้ง ดูท่าฮองเฮาอาจจะไม่ทรงพระครรภ์ง่ายเสียแล้ว”ตำหนักฟาหยางมีหมอหลวงเดินเข้าออกวุ่นวายเจ้ากรมพิธีการเฉินกับฮูหยินเข้าเฝ้าพระสนมเพื่อดูอาการ สีหน้าของนางซีดเซียวและดูอ่อนแรงนัก“หม่อมฉันเสียใจที่มิได้ส่งคนมาดูแลพระสนมหลังจากเก่อมามาหลี่จากไปทำให้พระสนมต้องตกอยู่ในความลำบากเช่นนี้ พะยะค่ะ” นัยน์ตาของเจ้ากรมเฉินมีน ้าตาคลอเบ้า เดิมทีได้ยินว่าฮ่องเต้ทรงโปรดปรานนางก็นึกว่าตนจะมีหลานเป็นพระโอรส พอพลาดโอกาสนั้นไปแล้ว เมื่อสองวันก่อนยังได้ยินว่าฮ่องเต้จะให้โอกาสนางได้ตั้งครรภ์ เหตุใดสวรรค์จึงไม่เป็นใจ?จู่ๆ นางกลับล้มป่วยเสียได้!“หมอหลวงตรวจตราละเอียดดีแล้วหรืออู๋กงกง”“เรียนเจ้ากรมเฉิน ข้าได้สั่งให้หมอหลวงทั้งวังเข้ามาตรวจดูพระสนมแล้วขอรับ ทุกคนต่างบอกตรงกันว่านางเป็นไข้หนาว เกิดจากภายในร่างกายของนางอ่อนแอ”“ไม่ได้ถูกวางยาพิษแน่นะ”“นำเลือดของนางมาตรวจแล้วขอรับไม่พบพิษใดยามนี้คงต้องหวังให้ร่างกายของนางฟื้น