ฮ่องเต้ทรงพยักหน้าให้อู๋กงกงเข้ามาทดสอบพิษในอาหาร สายตาของขันทีผู้ติดตามทั้งสองคอยสังเกตความผิดปกติในตำหนักตลอดเวลา หมิงเฟยหลงทรงกำชับให้ขันทีประจำตัวพระองค์ระวังการวางยาพิษให้มากกว่าเดิม“หม่อมฉันให้ห้องเครื่องทำอาหารจานโปรดของฝ่าบาทไว้เพคะ” เฉินเฟยยิ้มหวานแสร้งทำเป็นไม่อึดอัดกับการทดสอบพิษที่อู๋กงกงกำลังทำอยู่“หลังจากเสี่ยวตี้จากไป เจิ้นต้องระวังกว่าเดิม เจ้าคงไม่ว่านะ” ใบหน้าสลดของฮ่องเต้ทำเอาเฉินเฟยนึกสงสารวูบหนึ่ง ทว่าผู้ใดในวังเล่าที่ไม่เคยสูญเสีย?“หม่อมฉันเข้าใจเพคะ หม่อมฉันก็เคยสูญเสียมาก่อน”หมิงเฟยหลงโอบนางมาแนบอก “เฉินเฟย เจิ้นรู้ว่าเจ้าเสียใจมิใช่น้อย เราเองก็เช่นกัน แต่ทุกอย่างล้วนผ่านไปแล้ว เจ้าก็ปล่อยวางเสียเถิด”“เพคะ” นางซุกซบอกพระสวามี คงมีเพียงความโศกเศร้านี้ที่ยังเรียกร้องให้พระองค์ทรงเห็นใจนาง“ฝ่าบาท หม่อมฉันอยากได้ต้นไม้มาปลูกเพิ่มในสวนหน้าตำหนักทรงพระราชทานให้หม่อมฉันได้หรือไม่?”“เจ้าอยากได้ต้นใดหรือ?”“หม่อมฉันเห็นดอกไม้ที่สวนตำหนักเป่าฉีงดงามนัก อยากจะได้มาปลูกสักแปลงเพคะ”ฮ่องเต้ทรงยิ้มน้อยๆ “ได้สิ! พรุ่งนี้ข้าจะให้อู๋กงกงจัดการให้” ทรงหันไปทาง อู๋กงกง “เจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่? พรุ่งนี้จัดการแต่เช้าตรู่เลยนะ”“พะยะค่ะ หม่อมฉันจะจัดการให้เรียบร้อย”“ในเมื่อเจ้ามีได้ในสิ่งที่อยากได้แล้ว สุราอาหารข้าก็ลิ้มรสแล้ว เห็นทีข้าจะต้องไปเยี่ยมเหม่ยเฟยเสียหน่อย”เฉินเฟยอ้าปา