กค้าง ความหวังที่นางจะได้ร่วมเตียงในคืนนี้เป็นอันจบสิ้น หมิงเฟยหลงไม่รอให้นางเอ่ยสิ่งใดก็ทรงจับนางออกแล้วลุกขึ้น “ไปเถอะ อู๋กงกง คืนนี้ต้องเยี่ยมเยียนให้ครบสามตำหนัก”“พะยะค่ะ”ถูมามาหลี่มองตามขบวนเสด็จของฮ่องเต้ที่ค่อยๆห่างออกไป “พระสนม หากฝ่าบาทมิทรงยอมร่วมเตียงกับพระสนมนางใดก็แสดงว่าทรงรักใคร่โปรดปรานหลวงฮองเฮายิ่งนักเพคะ”“หึ! ข้าไม่เชื่อว่านางจะครอบครองพระองค์ได้นาน บางทีข้าอาจจะต้องเสาะหาสตรีเลอโฉมมาให้ฝ่าบาทได้ยลโฉมเพิ่มสักนางสองนาง”เมื่อเดินออกห่างจากตำหนักเหอผิง ฮ่องเต้ก็ทรงชะลอฝีเท้าเล็กน้อย ปล่อยให้อู๋กงกงกับขันทีหลูเดินนำหน้า “เจ้าว่าข้าทำดีหรือไม่?”ขันทีก่วนซึ่งเยาววัยเอียงหน้ามาเล็กน้อย “ดี! พะยะค่ะ” น ้าหนักคำว่าดีดูเน้นหนักจนฮ่องเต้ทรงสะดุ้ง“ข้าก็แค่ปลอบใจนางเพื่อให้นางวางใจเท่านั้นเจ้าอย่าเพิ่งโมโห”“คงจะไม่ปลอบใจไปทุกนางดอกนะ พะยะค่ะ”น ้าเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันนั้นทำให้หมิงเฟยหลงหัวเราะหึๆ“ขันทีน้อยเจ้าระงับอารมณ์ไว้บ้าง อย่าเพิ่งดื่มน ้าส้มเข้าไปมากนัก ยังมีอีกสองตำหนักเทียว เดี๋ยวแผนเราจะไม่สำเร็จ” ฮ่องเต้ทรงยื่นมือออกมากุมมือขันทีก่วนไว้ครู่หนึ่ง ฝ่ายนั้นจึงสะบัดแล้วทำเสียงซู่ซี้ให้หยุด“ถึงแล้วพะยะค่ะ” อู๋กงกงหันมากราบทูลเมื่อถึงหน้าประตู ขันทีหลูเป็นผู้ขานการเสด็จเช่นเดิม เหม่ยเฟยพร้อมนางกำนัลและขันทีในตำหนักห่าวซินมายืนรออยู่แล้ว แม้จะรู้ว่าฮ่องเต้ทรงเสด็จตำหนักเห