แสงสะท้อนสาดไปกึ่งกลางระหว่างสามเหลี่ยมที่ซ้อนกันสองรูปตำแหน่งนั้นหงซือซือเพิ่งสังเกตว่ามีหัวหมุดโลหะขึ้นสนิมปักอยู่ขนาดของมันใหญ่กว่าเหรียญอีแปะเล็กน้อย “พี่สาม นั่นไง? ตำแหน่งที่เราตามหา”หมิงเฟยหลงตะลึงมองชั่วขณะ พวกเขายืนอยู่อีกครู่หนึ่งทิศของแสงแดดเปลี่ยนก็ไม่อาจได้เห็นลำแสงนั้นแล้ว “จริงอย่างเจ้าว่าหากมาในยามที่แสงไม่เข้าทางประตูหน้าก็จะไม่มีวันได้เห็น”สองสามีภรรยาเดินรี่เข้าไปดู “หมุดโลหะใช้บอกตำแหน่งสำคัญ”หมิงเฟยหลงหันไปหาจินวั่งซู่ “เจ้าขึ้นไปเก็บกระจกนั่นลงมาที จะให้ผู้ใดเห็นมันอีกมิได้”“พะยะค่ะ” จินวั่งซู่แตะพื้นเพียงบางเบา วิชาตัวเบาของเขานับกว่าล ้าเลิศกว่าทุกคนที่ยืนอยู่ในลานวัดแห่งนี้ ชายหนุ่มผู้ถือพัดงูดำติดตัวอยู่เสมอคว้าเอากระจกแปดเหลี่ยมลงมาถวายท่านอ๋องเก้าท่านอ๋องพลิกดูกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีตัวอักษรเล็กๆ เขียนเอาไว้ ‘ถอดจุดสำคัญจึงจะค้นพบ’ทรงยื่นให้ภรรยาได้อ่านข้อความข้างหลังก่อนจะเก็บเข้าในสาบเสื้อ “เตรียมตัวกลับวังหลวง เข้าเฝ้าฮ่องเต้!”ขบวนเสด็จของท่านอ๋องเก้าเข้าเมืองได้ไม่นานข่าวก็ดังไปถึงในวัง ชินอ๋องและฮ่องเต้รอคอยด้วยความกระสับกระส่าย องครักษ์ที่รักษาการณ์ในวังยามนี้เหลือองครักษ์เสื้อแพรอยู่ครึ่งหนึ่ง และอีกส่วนเป็นองครักษ์วังหลวงที่ดูแลโดยเหม่ยห้าว ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ท่านอ๋องเก้าและพราชายาหานซู่ลี่เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ที่ตำหนักเป่าฉี อู๋ก