งกงรู้สึกร้อนใจในตำหนักเป่าฉีมีเพียงห้าพระองค์เท่านั้น“ข้าขอผลัดเสื้อผ้าสักประเดี๋ยว” ท่านอ๋องเก้าที่เพิ่งย่างเท้าเข้าไปด้านใน เมื่อเห็นฮ่องเต้สั่งข้าราชบริพารออกไปทั้งหมดแล้วก็จูงมือพราชายาหานซู่ลี่สาวพระบาทเข้ายังห้องบรรทมของฮ่องเต้ เมื่อลอกใบหน้ากลับคืนมาได้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก หันไปเอ่ยกับภรรยา “การเป็นผู้อื่นนี่ช่างยากลำบากเสียจริง ข้านึกไม่ออกเลยว่าเหตุใดเจ้าจึงชอบเป็นนัก”ฮองเฮาหันควับกลับมา “ข้ามิได้ชอบเสียหน่อยเพียงแต่เราต้องระวังอันตรายต่างหาก ท่านมิเคยต้องซ่อนตัวให้มิดชิดจะเข้าใจได้อย่างไร?”“ครอบครัวเจ้าซ่อนตัวจากสิ่งใดหรือ?”หงซือซือหันมายิ้มเย็น “การตามล่าเจ้าค่ะ”ชินอ๋องเห็นพี่ชายเดินออกจากห้องบรรทมพร้อมภรรยาก็รีบหันมาดุฮ่องเต้ตัวปลอม “อ๋องเก้า เจ้าถอดหน้ากากออกได้แล้ว ประเดี๋ยวก็มีคนเข้ามาเห็น”ท่านอ๋องเก้าหัวเราะหึๆ หันหน้าไปให้พราชายาหานซู่ลี่เอาแป้งคลายหน้ากากมาลูบออกให้ ไม่นานนักสามพี่น้องก็มานั่งรวมกลุ่มปรึกษาหารือ โดยมีหงซือซือและหานซู่ลี่นั่งจิบน ้าชาอยู่เก้าอี้ด้านหลัง“พี่สามท่านออกไปนานเหลือเกิน ข้าแทบจะหมดข้ออ้างจัดการกับพระสนมของท่านอยู่แล้ว พวกนางขยันแวะเวียนเอาของกินมาฝากเพื่อล่อข้าไปตำหนักโน้นตำหนักนี้ทุกวัน ข้าแทบจะบ้า!”“อู๋กงกงจัดการไม่เรียบร้อยหรือไร?”“หึ! คนจัดการได้ดีคือพี่ห้าต่างหาก” ท่านอ๋องเก้าหันไปทางชินอ๋องที่นั่งหัวเราะเบาๆ “หากพี่ห้าไม่อ้างกับอ